
นักโหน
จุดเทียนเวียนวนกับเรื่องราวเดิมๆ อีกแล้วครับ
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
จุดเทียนเวียนวนกับเรื่องราวเดิมๆ อีกแล้วครับ
ทันทีที่นักศึกษาจำนวนหนึ่งฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. และถูกนำตัวไปฝากขังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
กลุ่มบุคคลทางการเมือง (วงเล็บหน้าเดิมๆ) เหมือนได้ยาดีจากความทุกข์ของนักศึกษา ออกอาการกระปรี้กระเปร่าแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างคล่องคอ ราวกับเทพผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยแต่เพียงผู้เดียว
ทั้งระบุ “รัฐบาล คสช.จับกุมนักศึกษาไม่ถูกต้องตามกฎหมายกบิลเมือง” เลยเถิดไปถึงขั้นขับไล่ “รัฐบาลทรราชออกไป”
แปลกนะครับ ตั้งแต่นักศึกษาจำนวนหนึ่งเคลื่อนไหวจะด้วยเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ แต่นักการเมืองพวกนี้ได้แต่นั่งกระดิกเท้าชมทีวีดูการเคลื่อนไหวอยู่ห่างๆ หาได้หาญกล้าปรากฏตัวอยู่แถวหน้าแต่อย่างใด
บางรายยิ้มระรื่นเอามือลูบปากส่งเสียง “เข้าทางข้าแล้ว” ด้วยการบรรเลงข้อความผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเป็นขบวนการ ผลิตแถลงการณ์ไปถึงองค์กรสิทธิมนุษยชน อียู อเมริกา ประจานรัฐบาลทหารรังแกประชาชน
เช่นเดียวกับนักการเมืองซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีมหาดไทย ปลุกระดมประชาชนจับอาวุธมาต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามแล้วหลบหนีไปตั้งกองบัญชาการอยู่ต่างประเทศโจมตี คสช. ออกมาแสดงความเห็นอกเห็นใจนักศึกษาว่าเป็นวีรชนไม่ต่างกับนักศึกษาสมัย 14 ตุลา 2516 เลยทีเดียว
ผู้สามารถจับเรื่องโน้นเรื่องนี้มาบิดรวมเป็นเรื่องเดียวกัน โดยออกมาตอนท้ายของเรื่องอย่างรวดเร็ว มักเป็นงานถนัดของนักการเมือง
เอาแค่พยายามวาดภาพน้องๆ นักศึกษาเหล่านี้กำลังเดินตามโมเดล 14 ตุลา 2516 เพื่อให้ผู้คนคล้อยตามว่าบ้านเมืองกำลังจะสู่กลียุค ถึงขั้นผู้นำทหารต้องกระเด็นออกจากอำนาจบินหนีไปต่างประเทศ
เฮ้อ!ช่างคิดกันได้เสียจริงเชียว...ทั้งที่เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ชนวนเหตุมาจากจอมพลถนอม กิตติขจร ต้องการสืบทอดอำนาจต่อจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำให้นักศึกษารวมตัวเข้มแข็งขับไล่
แต่กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ไม่ได้มีต้นทุนทางการเมือง ยังต้องบากหน้าเข้ามา เพราะฝ่ายนักการเมืองกระสันอยากนิรโทษกรรมให้นักโทษหนีคดีคอร์รัปชั่น ขณะที่อีกฝ่ายต่อต้านจนบ้านนี้เมืองนี้จะฆ่ารันฟันแทงอีกครา ถามว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีนักการเมือง ประชาชน นักศึกษาหน้าไหน ร่วมกันคิดร่วมกันหาทางสงบศึก ก็ไม่มีใครทำได้
ทหารจึงจำเป็นต้องเข้าเป็นกรรมการหย่าศึก โดยประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าขออยู่ตามโรดแมป แถมอยากจะไปเสียเร็วๆ ด้วยซ้ำ
สิ่งที่ทุกผู้ทุกคนสัมผัสได้ คือ บ้านเมืองกำลังอยู่ในความสงบสุข และต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายเข้ามาร่วมคิดร่วมทำต่อการปฏิรูปประเทศไปข้างหน้า
ไม่ว่าเสียงของประชาชน นักศึกษา เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ เหลือแต่นักการเมือง แกนนำวางบิลนั่นแหละ ที่ยังสบโอกาสหากินกับเหยื่อการเมือง







