
ม.44 คำตอบสุดท้าย
ภายหลังรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วหันมาใช้มาตรา 44 บริหารประเทศ
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ภายหลังรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วหันมาใช้มาตรา 44 บริหารประเทศ เพื่อลดกระแสทัดทานจากสังคมโลก
ส่งผลให้ไทยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างที่ผ่านๆ มา ทว่ามาตรา 44 ขณะนี้กำลังถูกนำมาใช้เป็นยาสามัญประจำบ้าน เพราะว่ามองไปทางไหนหน่วยงานรัฐต่างเรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตราดังกล่าวเข้าจัดการกับเรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ยกตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหาเรื่องเด็กแว้น หรือการเปิดร้านเหล้าใกล้กับสถานศึกษา
แม้ว่าทั้งสองเรื่องที่หยิบยกขึ้นมาเป็นเพียงตัวอย่างฉายภาพให้เห็นบ้านเมืองขณะนี้ ต้องประสบปัญหาอะไร ที่สมควรต้องได้รับการปฏิรูป นอกเหนือจากประเด็นการเมืองไทย
แต่สำหรับข้อเสนอของ “พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา” รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานแก้ไขปัญหาแข่งรถและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้สถานศึกษา ที่ต้องการให้ปรับร่างกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาร้านเหล้าที่ตั้งอยู่เรียงรายรอบสถาบันการศึกษา พร้อมทั้งจำหน่ายเกินเวลาตามกฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นสิ่งมอมเมาเยาวชน
ก่อนเสนอให้รัฐบาลออกเป็นประกาศคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่แยกส่วนกันจนเกิดช่องในระบบการปราบปราม
แต่หากจำถ้อยคำของ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงหนึ่งในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา มีใจความสรุป คือ ไม่อยากให้นำไปใช้แก้ปัญหาบ้านเมืองทุกเรื่อง
แค่เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในการทำงานเท่านั้น พร้อมทั้งสนับสนุนให้ใช้กฎหมายปกติที่มีอยู่เข้าจัดการปัญหาอย่างเข้มงวดเคร่งครัด
จึงเป็นบทสรุปได้ว่า มาตรา 44 คือคำตอบสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทุบโต๊ะ...เลยว่า หากเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายปกติอย่างเข้มงวดจริงจัง ก็เพียงพอต่อการปราบปรามในยุคที่กำลังก้าวสู่การปฏิรูป ไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือพิเศษ







