
เมอร์สกับตลาดหุ้นไทย
โดย..พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผช.กจ. บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย..พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผช.กจ. บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
ดัชนีหุ้นไทยร่วง 1.1% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตื่นข่าวโรคเมอร์สจะกระทบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เนื่องจากความกลัวต่อโอกาสที่อาจเกิดการติดเชื้อจากผู้อื่น อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจในกลุ่มนี้ประกอบด้วยธุรกิจสายการบิน ท่าอากาศยาน โรงแรม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค เช่น ศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์ จากนักท่องเที่ยวที่อาจลดจำนวนลงมาก
ส่วนหนึ่งพยายามนำไปเทียบเคียงกับสถานการณ์เมื่อปี 2546 ที่เกิดการระบาดของโรคซาร์ (SARS) อย่างรุนแรงในแถบเอเชียตะวันออกและอาเซียน
ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.46 ที่มีรายงานการเสียชีวิตจากทั่วโลกอันเนื่องจากโรคซาร์มากที่สุด นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลงถึง 40-50% อัตราการเข้าพักของโรงแรมที่เน้นผู้ท่องเที่ยวต่างชาติลดฮวบเหลือเพียง 20-30% ขณะที่ศูนย์การค้าในย่านการท่องเที่ยวต่างๆ มีจำนวนลูกค้าจากต่างประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงดังกล่าว
ช่วงนั้น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจปี 46 ของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกลงถึง 0.9% จากที่เคยคาดว่าจะโต 5.6% เหลือโต 4.7% ส่วนของอาเซียนถูกปรับลงถึง 1.5% จากโต 4.0% เหลือโตเพียง 2.5% บนสมมติฐานว่า การแพร่ระบาดของโรคซาร์จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องกัน 2 ไตรมาส
ด้านตลาดหุ้นไทยในช่วงนั้นย่อสั้นๆ 4% เศษ ก่อนจะไต่กลับขึ้นไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสถัดๆ มา ส่วนหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากโรคซาร์อันได้แก่ สายการบิน โรงแรม โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า ร้านอาหาร ร่วงลงราว 10-19% (นับจากจุดสูงสุดในเดือนมี.ค. ถึงจุดต่ำสุดในเดือนเม.ย.46) ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้น หลังสถานการณ์โรคซาร์ค่อยๆ คลี่คลาย
ครั้งนี้ผลกระทบของเมอร์สจะมีมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดจะถูกจำกัดวงแคบหรือกว้างแค่ไหน ระยะเวลาการระบาดจะสั้นหรือยาวเพียงใด รวมทั้งความสามารถของผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
แม้ความรุนแรงของไวรัสเมอร์สดูจะรุนแรงมากกว่าซาร์ โดยอัตราการตายสูงกว่าเป็นเท่าๆ ตัว แต่เมอร์สมีแนวโน้มจะระบาดต่ำกว่าซาร์ เนื่องจากครั้งนี้มีความชัดเจนมากกว่าในเรื่องชนิดไวรัส ขณะที่ผู้ที่เกี่ยวข้องมีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์ ส่งผลให้มีการควบคุมได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2558 กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยันโรคเมอร์ส 1 ราย เป็นชาวตะวันออกกลาง และพบผู้สัมผัสโรค 175 คน ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เป็นญาติ 3 ราย อยู่ห้องแยก อาการดีขึ้น ไม่มีไข้ ขณะที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในบ้านเรายังถูกกระทบน้อยมาก แต่ความกลัวต่อผลกระทบวิ่งนำไปแล้ว
อย่างไรก็ดี เพื่อความไม่ประมาท ช่วงนี้จึงต้องติดตามสถานการณ์และผลกระทบของโรคเมอร์สที่อาจมีต่อธุรกิจอย่างใกล้ชิด “ความกลัว” โรคเมอร์สอาจกดดันราคาหุ้นของธุรกิจที่เสี่ยงต่อโรคนี้ในช่วง 2-4 สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ดี ต้องประเมินให้ขาดว่า เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น หรือจะเปลี่ยนพื้นฐานระยะยาวของกิจการไปเลย
ราคาหุ้นที่อาจร่วงลงอีกในช่วงใกล้ๆ นี้ อาจเป็นโอกาสการลงทุนครั้งใหญ่
นอกเหนือจากเมร์ส ยังต้องติดตามปัญหาหนี้กรีซ ผู้นำประเทศยุโรปมีกำหนดจะประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซในวันจันทร์นี้ ซึ่งมีขึ้นหลังจากที่การประชุมรมต.คลังยุโรปเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่สามารถทำข้อตกลงในประเด็นวิกฤตหนี้สินของกรีซได้
ให้จับตาแนวรับ 1490 และ 1480 จุด หากหลุดแนวรับหลังจะเกิดสัญญาณขายทางเทคนิค ดัชนีอาจร่วงลงไปแถว 1450 จุด
พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ







