
คุ้มหรือเสีย
นับเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
นับเป็นอีกหนึ่งเสียงสำคัญที่ทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องหันกลับมาขบคิดทบทวน ภายหลัง “อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงทัศนะในงานมอบรางวัล SVN AWARD ประจำปี 2557 ต่อกรณีมีแนวคิดต่ออายุรัฐออกไปอีก 2 ปี
โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “คงไม่ต้องอธิบายว่าทำไมถึงมีการรัฐประหาร ขออย่างเดียว คือ ยึดมาแล้วต้องทำจริง ทำให้ประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง จะใช้เวลาเท่าไรผมไม่รู้ แต่ถ้ามีผลงานแล้วอย่างอื่นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่ก็อย่ายืดเวลาให้ตัวเองมากเกินไป”
ซึ่งเสียงดังกล่าวเปรียบได้ดั่งกระจกหกด้านที่สะท้อนมายังรัฐบาล แม้เรื่องนี้จะมีเสียงสนับสนุนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.บางส่วน ต้องการให้ยืดเวลาการทำงานออกไปจนกว่าการปฏิรูปแล้วเสร็จอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนเปิดเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนราษฎร
ทว่าความพยายามชงข้อเสนอทดเวลาทำงานรัฐบาลนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะอย่าลืมว่าฟากการเมืองซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญในประเทศต่างก็เริ่มออกมาส่งเสียงคัดค้านประเด็นนี้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาสัญญาประชาคมที่ให้ไว้ก่อนหน้าเข้าบริหารชาติ
นอกจากนี้ หากทอดเวลาออกไปยาวนานเท่าไหร่ความเชื่อมั่นประเทศต่อสายตาต่างชาติ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องระลึกถึง เนื่องจากสังคมโลกไม่ยอมรับการเข้ามาบริหารครั้งนี้ แม้เจตนาหวังต้องการฟื้นฟูความปรองดองรวมทั้งสร้างประชาธิปไตยให้กลับคืนมาในชาติ
รัฐต้องกลับมานั่งวิเคราะห์ถึงความคุ้มได้คุ้มเสียและผลตามมาในอนาคต ว่าหากอยู่ต่อแล้วจะสามารถแก้ไขให้สำเร็จตามที่รับปากไว้หรือไม่ หรือหากไม่อยู่ต่อแนวทางปฏิรูปจะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จอย่างไร ควรตรึกตรองให้ดีมิเช่นนั้น ทุบโต๊ะ...เลยว่า แรงเหวี่ยงกลับมาอาจส่งผลร้ายมากกว่าดีเป็นได้ จึงต้องทบทวนให้หนัก ซึ่งคือการบ้านใหญ่และสำคัญสำหรับรัฐบาล







