
แก้ไขให้ถูกทาง
ในที่สุดหนึ่งในนโยบายที่เหลืออยู่ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างค่าแรง 300 บาท กำลังจะถูกยกเลิกในยุครัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ในที่สุดหนึ่งในนโยบายที่เหลืออยู่ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างค่าแรง 300 บาท กำลังจะถูกยกเลิกในยุครัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ย้อนกลับไปสมัยรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ เมื่อครั้งนำเสนอและบังคับใช้อัตราค่าแรงดังกล่าวใหม่ๆ เจอกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการโดนโจมตีเป็นนโยบายที่หวังผลในทางการเมืองมากกว่าหวังผลในการเพิ่มประสิทธิภาพในทางเศรษฐกิจ แต่ถึงกระนั้นก็มีฝ่ายสนับสนุนที่ให้เหตุผลว่าการเพิ่มค่าแรงจะเป็นการช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับตลาดในระบบเศรษฐกิจ
จะเห็นได้ว่านโยบายดังกล่าวมีทั้งข้อดีและเสีย แต่ทว่าล่าสุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะล้มเลิกนโยบายนี้ ด้วยเหตุที่ว่าเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน และอาจเป็นช่องทางให้แรงงานต่างด้าวทะลักเข้าประเทศ
ในฐานะที่ผู้เขียนไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานหรือเศรษฐกิจ และไม่อาจตอบแบบฟันธงได้ว่าการยกเลิกนโยบายค่าแรง 300 บาท จะสร้างผลดีหรือมากกว่าผลเสีย แต่ไม่ว่าที่สุดแล้วรัฐบาลจะยกเลิกหรือเปลี่ยนใจให้นโยบายนี้คงอยู่ต่อไป สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำ คือ การเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานไทย
ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับแรงงานด้วยการกำหนดไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อปี 2557 ในข้อที่ 3.1 ว่า "ในระยะเฉพาะหน้า จะเร่งสร้างโอกาส อาชีพ และการมีรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมทั้งสตรี ผู้ด้อยโอกาสและแรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมาย พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพแรงงาน โดยให้แรงงานทั้งระบบมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในทุกระดับอย่างมีมาตรฐาน"
ดังนั้น ทุบโต๊ะไว้เลยว่า หากค่าแรง 300 บาทต้องอวสานลง โดยที่แรงงานไม่ได้รับการพัฒนาฝีมืออย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับแรงงานตามนโยบายของรัฐบาล เท่ากับว่ารัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาไม่ถูกทาง







