
หยุดก่อน
รัฐบาลดูเหมือนจะเร่งปั๊มสารพัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขึ้นมา นัยว่าเพื่อกระตุ้นการลงทุน ทำให้เกิดความเชื่อมั่น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลดูเหมือนจะเร่งปั๊มสารพัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขึ้นมา นัยว่าเพื่อกระตุ้นการลงทุน ทำให้เกิดความเชื่อมั่น
แต่หลายๆ โครงการที่นำเสนอ ฟังแล้วน่าจะมีปัญหาในการดำเนินการ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ที่จะศึกษาร่วมกับญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งเส้นทางกรุงเทพฯ หัวหิน
สาเหตุเพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงไม่เหมาะกับเมืองไทย ที่สภาพชุมชนกระจายตัวออกไป ไม่ใช่มหานครใหญ่โต คนแออัด เหมือนกับที่เกิดขึ้นในยุโรปหรือญี่ปุ่น
เมื่อสภาพชุมชนของเมืองไทยไม่ได้กระจุกตัว การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงก็ย่อมหมายถึงหายนะทางการเงินอย่างแน่นอน
โครงการเหล่านี้ถ้าสร้างขึ้นวันใด ย่อมหมายถึงการขาดทุนสะสม ขาดทุนเรื้อรัง ขาดทุนไม่รู้จักจบจักสิ้น
ตัวอย่างเห็นตำตามาแล้วจากโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ เส้นมักกะสัน-สุวรรณภูมิ ที่เป็นการขาดทุนบานทะโร่ ไม่รู้จบรู้สิ้น
หรือแม้กระทั่งโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ซึ่งรัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ให้เอกชนเข้ามาลงทุนเฉพาะกิจการเดินรถในนาม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ ป่านนี้ก็ยังขาดทุนอยู่
ลองนึกภาพดูหากมีการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ระดับกรุงเทพฯ หัวหิน กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ไม่ขาดทุนป่นปี้หรือ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนค่าก่อสร้าง ไปถึงต้นทุนการเดินรถที่ใช้เงินมหาศาล
ยกเว้นเหตุเดียวที่อาจทำให้โครงการรวมมีกำไร นั่นคือการเอาที่ดินมาพัฒนา ยกที่ดินให้กับเอกชนคล้ายๆ โครงการโฮปเวลล์ที่คิดจะทำนั่นแหละ
แต่ทว่าต้องคิดให้ดีว่าคุ้มค่า หรือไม่คุ้มค่า เพราะสุดท้ายจะกลายเป็นการก่อสร้างโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีทางรถไฟฟ้าประกอบเข้าไปเท่านั้น
ทางออกสำหรับระบบคมนาคม เพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน จึงไม่พ้นการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ที่เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ภูมิศาสตร์ ของเมืองไทย
อะไรที่ไม่ใช่ก็อย่าไปฝืน
แม้กระทั่งแค่ขอนอนฝัน มันก็ผิดไปแล้ว







