
เห็นแล้วเศร้า
เข้าไปส่องดูสังคมโซเชียลมีเดีย หลังเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่งออกมาแสดงพลังต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ครบรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
เข้าไปส่องดูสังคมโซเชียลมีเดีย หลังเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาจำนวนหนึ่งออกมาแสดงพลังต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ครบรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
พบว่ามีผู้คนแสดงปฏิกิริยาตำหนิต่อว่าน้องๆ นักศึกษาจน...ขำ เคืองใจ...รู้สึกเห็นใจเอามากๆ
ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เนื่องจากเป็นคนที่มองสังคมโซเชียลมีเดียแบบภาพรวม นอกจากส่งผลดีต่อการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทางกลับกันเป็นเหมือนอาวุธรุนแรงทิ่มแทงจิตใจใครต่อใครอย่างน่าทารุณโหดร้าย จนกลายเป็นเรื่องเศร้าก็มีให้เห็นมามาก
ทันทีที่น้องๆ ออกมาเคลื่อนไหวแสดงพลังที่อ้างว่าต้องการรักษาประชาธิปไตย ปรากฏว่า มีคนไปขุดคุ้ยประวัติออกมาตีแผ่ จนถึงกับร้องอ๋อ “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เองบ้าง“ “โถ! ไม่น่าเลยบ้าง” บางรายสรรหาภาพไม่เหมาะสมออกมาเผยแพร่ จนผู้พบเห็นถึงกับส่ายหน้าเอือมระอา
ด้านหนึ่งทำให้ผู้คนรู้ถึงตื้นลึกหนาบางของกลุ่มคนเคลื่อนไหว แต่อีกด้านหนึ่งดูจะไม่เป็นผลดีส่งผลกระทบต่อคนเหล่านี้อาจไม่มีที่ยืนในสังคมถูกชี้หน้าก่นประณาม ที่สำคัญ น้องๆ บางคนเป็นนักศึกษาตัวจริงล้วนมีอนาคต
ดีไม่ดีเขาและเธออาจเติบโตเป็นนักการเมือง นักวิชาการ เป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศชาติ
สำหรับคอการเมืองมองว่า น้องๆ อาจได้ข้อมูลคลาดเคลื่อนท่ามกลางช่วงหนึ่งของชีวิตซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมือง จึงอยากออกมาแสดงความคิดความอ่าน
นักการเมืองหลายคนเคยมีประสบการณ์เคลื่อนไหวเช่นนี้มาก่อน แต่ยุคสมัยนั้นยังไม่มีระบบเทคโนโลยีสื่อสารสามารถเปิดเผยเบื้องหน้าเบื้องหลังได้มากมายขนาดนี้จนเลยเถิดไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันเลยทีเดียว
ความขัดแย้งทางการเมืองไทย เกิดจากการสั่งสมซึมลึกมายาวนาน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ผู้ต้องการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองมักมองประชาชน นักศึกษาเป็นเบี้ยล่าง คอยสบโอกาสใช้เป็นเหยื่อเดินเกมเข้าสู่อำนาจอยู่ร่ำไป
พวกเขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรหรอก หากกลุ่มนักศึกษา ประชาชนเหล่านั้นจะได้รับผลกระทบในชีวิตส่วนตัวอะไรบ้าง ได้แต่รอโอกาสใช้เป็นสะพานข้ามสู่บัลลังก์อำนาจ
คนที่อยู่ในอำนาจอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านยังไม่อยากขยายความ สังเกตจากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2558 ต่อกรณีนักศึกษาว่า “ไม่อยากเตือนอะไร ขอให้ผู้ปกครองพ่อแม่คอยเตือนบุตรหลานแล้วกัน”
ส่วนคนที่ไม่อยู่ในอำนาจอย่าง...ขำ เคืองใจ...คงทำได้แต่ขอร้องสังคมโซเชียลมีเดียอย่าไปซ้ำเติม
พยายามมองอย่างเข้าใจว่าตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์แบบไหน เป็นสถานการณ์พิเศษที่เตรียมกลับสู่ประชาธิปไตยในไม่ช้า
มองในแง่ดี เด็ก เยาวชน คืออนาคตของชาติ ควรได้รับการอบรมสั่งสอนศีลธรรมจรรยาในทางเหมาะสมถูกทิศถูกทาง อีกทั้งสังคมล้วนมีกฎกติกามารยาท
และต้องฉลาดอย่าตกเป็นเหยื่อให้นักการเมืองคลั่งอำนาจเท่านั้นเอง







