
ลงทุนในตลาดอาเซียน ผ่าน STOXX ASEAN Select Dividend 30 Index
โดย ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ [email protected]
โดย ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ [email protected]
สวัสดีครับ ล่าสุดได้มีการพัฒนาดัชนี STOXX ASEAN Select Dividend 30 Index ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการเทียบวัดผลตอบแทนจากการลงทุน นอกเหนือจาก Index ในปัจจุบันที่ใช้เทียบวัดการลงทุนในกลุ่มอาเซียน คือ FTSE ASEAN และ FTSE ASEAN40 เป็นต้น
STOXX ASEAN Select Dividend 30 Indexได้รับการพัฒนาขึ้นจากสถาบันการจัดทำดัชนีSTOXX ซึ่งเป็น Index Provider ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลกโดยเริ่มก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจในกลุ่มเอเชียมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมาหลังมองว่าเอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ทวีความสำคัญและมีศักยภาพในการเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตจากที่มีการทำธุรกิจอยู่ที่ภูมิภาคยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีการจัดทำ Index มาแล้วกว่า 500 ดัชนีใน 36 ประเทศ รวมทั้งมีผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่งภายใต้แบรด์ STOXX, iSTOXXและ STOXX Customized ซึ่ง The STOXX ASEAN Select Dividend 30 Index นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ข้อจำกัดในการลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาช่องทางการลงทุนปัจจุบันในกลุ่มอาเซียนยังคงมีอยู่ค่อนข้างจำกัดสำหรับนักลงทุนที่สนใจเนื่องจากยังขาดดัชนีฯ เทียบวัดที่สามารถใช้เป็นเกณฑ์วัดผลตอบแทนในการลงทุน
ดัชนี The STOXX ASEAN Select Dividend 30 เป็นดัชนีที่มีการคำนวณในลักษณะของPrice Index โดย STOXX ใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีฯ โดย
1.คัดเลือกหุ้นจากดัชนี The STOXX ASIA Total Market Index (TMI) โดยกรองหุ้นจาก 6 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนามและไทย
2.จะคัดเลือกหุ้น 30 อันดับแรกที่มีประวัติการจ่ายปันผลสูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา โดยจะจำกัดหุ้นแต่ละประเทศไม่เกิน 7 หลักทรัพย์ต่อประเทศและไม่เกิน 5 หลักทรัพย์สำหรับไทย รวมทั้งจำกัดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมละไม่เกิน 8 หลักทรัพย์
3.ให้น้ำหนักของหุ้นที่ลงทุนแต่ละตัวเท่าๆ กัน (Equally Weighted)
4.จะไม่คัดเลือกหุ้นที่มีลักษณะปริมาณการซื้อขายต่อวันต่ำกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าลงทุนเนื่องจากมีสภาพคล่องค่อนข้างน้อยและจะไม่ลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงกว่า 80% รวมทั้งหุ้นที่มีอัตราส่วนของเงินลงทุนต่างประเทศต่ำกว่า 4% และกองทุน REIT
5.ดัชนีฯ จะมีการ review ทุกๆ ไตรมาสเพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนให้มีความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ
ข้อดีของดัชนี The STOXX ASEAN Select Dividend 30 เป็นดัชนีที่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนในลักษณะเงินปันผลของภูมิภาคอาเซียน โดยมีการกระจายการลงทุนในประเทศและกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ซึ่งปัจจุบันประเทศในกลุ่มอาเซียนมีอัตราการจ่ายปันผลประมาณปีละ 4.5% ซึ่งสูงกว่ากลุ่มเอเชียตะวันออก อเมริกาเหนือและยุโรปที่มีอัตราการจ่ายปันผลประมาณปีละ 2.1%, 1.8% และ 3.6% ตามลำดับ
ซึ่งหากสามารถลงทุนให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนีที่มีการจ่ายปันผลสูงดังกล่าว ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนพร้อมๆ กับการบริหารความเสี่ยงให้ลดลงได้ ซึ่งการลงทุนในดัชนี STOXX Dividend ช่วงที่ผ่านมาได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น สะท้อนได้จากการเติบโตของสินทรัพย์ประเภท ETF ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่างจากดัชนี FTSE ASEAN และ FTSE ASEAN40 ซึ่งเป็นดัชนีฯ ที่ใช้วัดเกณฑ์โดยดัชนี FTSE ASEAN เป็นดัชนีที่ใช้เกณฑ์การคัดเลือกผ่านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (หรือที่เรียกว่า Market Cap.) เป็นหลัก โดยจะเลือกหุ้นที่มี Market Cap มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีเกณฑ์สภาพคล่องของการซื้อขายโดยจะมีหลักทรัพย์จำนวน 180 หลักทรัพย์ด้วยกัน
ขณะที่ดัชนี FTSE ASEAN40 เป็นดัชนีที่ใช้เพื่อการซื้อขาย ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการสร้างสินค้าอ้างอิงดัชนี เช่น ETF หรือสัญญาอนุพันธ์ต่างๆ โดยมีหลักทรัพย์จำนวน 40 หลักทรัพย์ ซึ่งจะไม่มีเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการจ่ายปันผลของบริษัทต่างๆ
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ดัชนี The STOXX ASEAN Select Dividend 30 มีน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial) สูงสุดที่ 20% รองลงมา ได้แก่ กลุ่มน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ 13% และ 10% ตามลำดับ รวมทั้งมีการลงทุนในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซียประเทศละ 23% รองลงมาได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์และเวียดนามที่ 17%, 7% และ 7% ตามลำดับ โดยตัวอย่างหุ้นที่ลงทุน ได้แก่ Aboitiz Power Corp ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคของฟิลิปปินส์ และหุ้น Bank Tabungan Negara กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของอินโดนีเซียและหุ้น HAP Seng Consolidated กลุ่มเคมีภัณฑ์ของมาเลเซีย เป็นต้น
ซึ่งจากการทดลองทำผลตอบแทนดัชนี STOXX ASEAN Select Dividend 30ในช่วงปี 2008 ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน (23 เม.ย. 58) พบว่าให้ผลตอบแทนที่ 23.80% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับผลตอบแทนของดัชนี FTSE ASEAN40 และ MSCI South East Asia Index ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ 14.09% ต่อปีและ 15.02% ต่อปี ตามลำดับ ขณะที่มีค่าผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงอยู่ที่ 18.93%, 17.48% และ 17.39% ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนว่าดัชนี STOXX ASEAN Select Dividend 30 ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับดัชนีในกลุ่มอาเซียนอื่นๆ
สำหรับในด้าน บลจ.วรรณ ซึ่งมองเห็นโอกาสและศักยภาพในการลงทุนของตลาดหุ้นอาเซียนว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน จึงมีแผนที่จะเสนอขายกองทุนเปิด ONE STOXX ASEAN SELECTED DIVIDEND 30 Fund ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Index Fund เพื่อสร้างผลตอบแทนตามดัชนี STOXX ASEAN Select Dividend 30 เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักลงทุนเพื่อให้นักลงทุนให้สามารถนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียนได้สะดวกและง่ายขึ้น
กองทุนฯ นี้มีจุดเด่นอยู่ที่โอกาสการได้รับผลตอบแทนที่สูงและมีอัตราการจ่ายปันผลของหุ้นที่ลงทุนอย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งมีความผันผวนที่ต่ำและมีสภาพคล่องที่ค่อนข้างสูง ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเพิ่มโอกาสการได้รับผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน โดยกองทุนฯ นี้อยู่ในช่วงระหว่างการขออนุมัติจัดตั้งจากทางสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งมีแผนที่จะเสนอขายกับนักลงทุนในช่วงปลายเดือน พ.ค. 58 นี้ ซึ่งหากนักลงทุนท่านใดสนใจสามารถติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมและหนังสือชี้ชวนได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าและสนับสนุนธุรกิจที่หมายเลข 02-659-8888 ต่อ 1







