
วางมาตรฐาน
ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ...
โดยแก้ไขเพิ่มเติมคำนิยาม “สื่อลามกอนาจารเด็ก” และกำหนดความผิดเกี่ยวกับการมีไว้ในครอบครอง หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า แจกจ่าย หรือเพื่อการแสดงแก่ประชาชน
ซึ่งได้มีการปรับเพิ่มโทษผู้กระทำความผิดจากเดิม จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท เป็นต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 10,000-300,000 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แน่นอนการเพิ่มอัตราลงโทษจะช่วยให้ผู้คิดกระทำผิด กลัว ยำเกรง และเลิกพฤติกรรมดังกล่าว เพราะโทษทัณฑ์ตามกฎหมายใหม่นับว่าสูงขึ้นกว่าเก่าเป็นเท่าตัว
แต่ประเด็นที่น่ากังวล คือ การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบ แม้ไม่มีเจตนาครอบครอง แต่หากพบคลิปในมือถือหรือเครื่องคอมพิวเตอร์
เจ้าหน้าที่จะใช้ดุลยพินิจแบบไหนเป็นตัวพิสูจน์ว่าไม่มีเจตนาเก็บไว้เพื่อเผยแพร่หรือแจกจ่าย และบุคคลลักษณะไหนที่เข้าข่ายต้องสงสัยกระทำความผิด
แม้กฎหมายดังกล่าวคลอดออกมาจะถือเป็นเรื่องดีในการขจัดอบายมุขให้หมดจากประเทศ แต่อย่าลืมว่าดุลยพินิจถือเป็นเรื่องสำคัญจำเป็นต้องมีมาตรฐาน
เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และป้องกันความผิดพลาดที่อาจตามมาภายหลัง ไม่ให้เป็นเรื่องราวถูกฟ้องร้องเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่มีให้เห็นก่อนหน้านี้
และที่สำคัญกว่านั้น เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบทำโดยห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนั้น ซึ่งถือว่าทำได้ยาก หากพบผู้ต้องสงสัยว่าเข้าข่ายกระทำความผิด
จึงมีความจำเป็นต้องวางหลักเกณฑ์มาตรฐานการทำงานให้รัดกุม ทุบโต๊ะ...เลยว่า ปัญหามีตามมาแน่นอน โดยเฉพาะกับตัวเจ้าหน้าที่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำต้องคิดให้รอบคอบ







