
ธรรมสุดท้าย
วันนี้ขอพูดถึงครูบาอาจารย์ที่ผมเคยไปบวชเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยท่านเพิ่งมรณภาพไปวานนี้เอง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
วันนี้ขอพูดถึงครูบาอาจารย์ที่ผมเคยไปบวชเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยท่านเพิ่งมรณภาพไปวานนี้เอง
ท่านเป็นพระวัดป่าที่ จ.บึงกาฬ เป็นลูกศิษย์ หลานศิษย์ สายพระอาจารย์มั่น โดยท่านบวชตั้งแต่อายุ 20 ปี จนมรณภาพไปเมื่ออายุ 83 ปี
สำหรับใครที่ไปบวชกับท่าน หัวใจหลักที่ท่านสอนคือศาสตร์ของพระพุทธเจ้า อันเป็นแนวทางแห่งมรรคผล นิพพาน ด้วยการรักษาศีล สมาธิภาวนา และเจริญปัญญา
ส่วนญาติโยมที่ไปทำบุญ ท่านก็จะสอนในเรื่องพื้นฐานตั้งแต่การให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา เป็นคู่มือมนุษย์ที่สมบูรณ์ ไม่มีอย่างอื่น ไม่มีงานบุญฉลองเอิกเกริก ไม่มีพิธีกรรม สร้างเครื่องรางของขลังจำหน่าย
หลายปีมานี้ ท่านมีอาการป่วยด้วยมะเร็ง แต่ไม่เคยแสดงอาการเจ็บปวดในเวทนาที่บังเกิด โดยปีที่แล้วผมเคยไปนอนค้างที่วัด ท่านก็ยังนั่งรถไปตรวจงานรอบวัด รับญาติโยมอยู่ตลอด
ในระยะหลังที่ป่วยหนัก ท่านได้รับการอาราธนาไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ช่วงสัปดาห์สุดท้าย ท่านสั่งให้นำกลับวัด โดยมีการประชุมร่วมในหมู่พระสงฆ์ ญาติของท่าน และคณะแพทย์ที่รักษาโดยมีมติว่า ไม่ให้มีการนำท่านกลับโรงพยาบาลอีก ทุกอย่างให้เป็นไปตามสภาวธรรมที่จะบังเกิดขึ้นเท่านั้น
เมื่อเย็นวานนี้ ท่านจากไปด้วยอาการสงบเย็น เต็มพร้อมด้วยสติ โดยมีคณะสงฆ์ได้กราบลา ขอขมาท่านก่อนมรณภาพ
และเป็นการจากลาครั้งสุดท้ายในสังสารวัฏอันยาวนาน ด้วยเหตุที่แห่งการพ้นจากเหตุ ปัจจัยของการเกิด ดับ อย่างสิ้นเชิง จากการปฏิบัติเยี่ยงพระสุปฏิปันโนตามรอยองค์พระศาสดา และบุรพาจารย์
ท่านแสดงถึงผลแห่งมรรค การปฏิบัติอย่างเที่ยงแท้ ที่ตัดสินกันช่วงเวลาคับขันของชีวิต นั่นคือ ณ ลมหายใจสุดท้าย ก่อนแตกกาย ทำลายขันธ์
เป็นพิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อริยสาวกผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นเนื้อนาบุญของโลกมีอยู่จริง
และเป็นการแสดงธรรมครั้งสุดท้ายให้เห็นถึงชีวิตที่เปราะบางยิ่งนัก ไม่มีอะไรนำพาไปได้ นอกจากกรรม และผลแห่งการดำเนินปฏิบัติในช่วงที่มีชีวิตอยู่
เรา ท่าน โปรดถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด







