posttoday
กดดอกเบี้ย ดันบาทอ่อนพยุงเศรษฐกิจ

กดดอกเบี้ย ดันบาทอ่อนพยุงเศรษฐกิจ

11 พฤษภาคม 2558

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.ปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจครั้งสำคัญ “เซอร์ไพร์ส”ตลาด ด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ และออกมาตรการชุดใหญ่ ผ่อนคลายให้เงินทุนไหลออกได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้ “บาทอ่อนค่า” มาเคลื่อนไหวใกล้ 33.5 บ./ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 5 ปี  

การปรับนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนครั้งนี้ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไทย ในช่วงที่นโยบายการคลังยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่สำคัญยังคงชะลอตัว

ตลาดหุ้นไทยช่วงสั้นถูกกดดันจาก “บาทอ่อน” สถิติบ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวตรงข้ามกับทิศทางค่าเงิน ช่วงที่บาทมีแนวโน้มอ่อนค่า ผู้ลงทุนต่างชาติอาจลดความเสี่ยงด้วยการขายสินทรัพย์ในรูปเงินบาท ที่รวมถึงหุ้นและตราสารหนี้

อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนต่างชาติได้ขายสุทธิหุ้นไทยตลอดช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังเฟดส่งสัญญาณลด QE เมื่อวันที่ 22 พ.ค.56 จนทำให้ระดับการถือครองหุ้นไทยของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบหลายๆ ปี แรงขายที่เหลืออยู่จึงไม่น่าจะรุนแรง  

ถึงกระนั้น ผู้ลงทุนต่างชาติคงชะลอการซื้อหุ้นไทย จนกว่าบาทจะเริ่มนิ่ง หรือราคาหุ้นถูกลงจนคุ้มกับความเสี่ยง “บาทอ่อน”

บาทอ่อนอาจถ่วงตลาดหุ้นช่วงสั้น แต่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย การที่บาทอ่อนค่าเร็วกว่าสกุลเงินประเทศคู่แข่ง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาให้แก่ภาคส่งออกไทย ซึ่งมีขนาดเกือบ 70% ของจีดีพี

เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นในระยะถัดไป เนื่องจากผู้ส่งออกจะมีรายได้ในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน “ห่วงโซ่อุปทาน” จะมีแนวโน้มดีขึ้น เช่น การผลิตเพื่อการส่งออก การจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคท่องเที่ยวไทยด้วย   

“บาทอ่อน” จึงส่งผลดีต่อหุ้นส่งออก หุ้นที่มีสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์ในสัดส่วนสูง และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไทย

น่าสังเกตว่า ธนาคารพาณิชย์ยังรีรอที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังกนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากเกรงว่า จะบีบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ แต่เชื่อว่า ในที่สุดแล้ว จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ตามมา แต่อาจปรับลดน้อย เช่น 0.125% เป็นต้น    

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน แต่คงมีผลจำกัดต่อการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน  

หลังปรับตัวลงมาเกือบ 3 สัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงแกว่งหาฐานใหม่ โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1500 และ 1485 จุด ตามลำดับ การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยช่วงนี้จึงถูกจำกัดอยู่แถว  1530 จุด

ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 223,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากมีการปรับลดตัวเลขการจ้างงานของเดือนมี.ค. ลงสู่ระดับ 85,000 ตำแหน่ง จากระดับ 126,000 ตำแหน่งที่รายงานก่อนหน้านี้  รวมทั้งปรับลดตัวเลขจ้างงานในเดือนก.พ.และมี.ค. จากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ ดัชนีดาวโจนส์เมื่อวันศุกร์บวก 1.49%

ทิศทางตลาดหุ้นช่วงนี้ยังขึ้นอยู่กับการเจรจาหนี้กรีซระดับรมต.คลังที่จะมีขึ้นในวันจันทร์นี้ และผลการดำเนินงานบจ. ที่ทยอยรายงานงบไตรมาสแรกก่อนถึงเส้นตายในวันที่ 15 พ.ค.

ความคาดหวังต่อกำไรได้ถูกปรับลงระหว่างทาง แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่หุ้นบางตัว อาจสร้าง “ความผิดหวัง” หากเป็นเช่นนั้นจะนำไปสู่การปรับลดประมาณการ และมูลค่าหุ้น  เช่นเดียวกับที่หุ้นธนาคารเผชิญก่อนหน้านี้  

พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ