
ผนึกปราบโกง
ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐใดไม่สนองนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจถูกเพ่งเล็งว่าเกียร์ว่าง
โดย...ปริญญา ชูเลขา
ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐใดไม่สนองนโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจถูกเพ่งเล็งว่าเกียร์ว่าง
โดยเฉพาะเมื่อมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 69/2558 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีสาระสำคัญคือการบูรณาการหน่วยงานตรวจสอบภาครัฐให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพและการให้ความร่วมมือ อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นต้น
เช่นเดียวกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลหน่วยงานที่ขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกลไกการตรวจสอบท้องถิ่นอันทรงพลังเช่นกันนั้นคือ “คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด” หรือ ก.ธ.จ. ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2550 มีหน้าที่สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
รวมทั้งส่งเสริมตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล กรณีพบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีกรณีทุจริตให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยงานรัฐดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที ดังนั้น ก.ธ.จ.ถือเป็นกลไกตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นระดับท้องถิ่นอันสำคัญมาก เพราะจะช่วยสอดส่องการทำงานท้องถิ่นให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล
จึงขอทุบโต๊ะว่า โดยหลักการถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่หน่วยงานรัฐที่กำกับติดตามการทุจริตภาครัฐต้องทำงานประสานกัน และต้องเน้นหนักตั้งแต่ระดับชาติจนถึงระดับท้องถิ่นต้องโปร่งใสไร้ทุจริตคอร์รัปชั่น และต้องแสดงผลงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วย







