ปลดแอกคนจน

  • วันที่ 10 เม.ย. 2558 เวลา 09:00 น.

โดย...e-ช้าน echarnb@gmail.com

e-ช้าน...ไม่ใช่คนสุดโต่งประเภทเดินหน้าชนรถถังเอาชีวิตเข้าแลก “ประชาธิปไตย” จึงหวังเล็กๆ กับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แต่นำมาใช้แล้วจะต้องทำให้ปัญหานั้นมีความ “ยั่งยืน” ไม่ให้วันหน้าปัญหาวนกลับมาเหมือนเดิมอีก

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2558 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและประชาชนโดยส่วนรวม ที่เพิ่งออกมาเมื่อ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา มองเจตนาอย่างไม่มีอคติ e-ช้าน...เห็นด้วยและเห็นแย้งอยู่หลายมุม

มุมมองแรก ดูแล้ว คสช.ต้องการใช้มาตรา 44 “รวบอำนาจ” ภายใต้กฎหมายอื่นมาอยู่ใน “มือทหาร” ซึ่งตามคำสั่งนี้ คสช.ต้องการเข้าไปแก้การบุกรุกที่สาธารณะ ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ

เดิมทีการเข้าจับกุมผู้บุกรุกป่า “ทหาร” จะเป็นแค่ “ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน” แต่มี “เจ้าหน้าที่ป่าไม้” เป็นแกนนำ เมื่อ “บิ๊กตู่” ติดดาบให้แปลว่า ต่อไปทหารสามารถใช้อำนาจลุยได้ทุกกรณี พนักงานของรัฐอื่นจะเป็นเพียงแค่ “ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน”

ที่ผ่านมามีการบุกรุกป่าสงวน อุทยาน ส.ป.ก. และที่ดินของรัฐอื่นๆ อยู่ทั่วประเทศ ซึ่ง e-ช้าน...เห็นด้วยกับการทวงคืนที่ดินเหล่านี้มาเป็นของรัฐ เพื่อกระจายให้ชาวบ้านได้มีที่ทำกินสัก 5-10 ไร่ ก็ยังดี

มุมมองต่อเนื่อง e-ช้าน...เห็นว่าการดำเนินการเรื่องนี้ต้องมีความเสมอภาคและเป็นธรรม ไม่มีการยกเว้นให้ “เด็กเส้น” เป็นกรณีพิเศษ พูดชัดๆ จะต้องไม่ให้มีเช่นกรณี “เขายายเที่ยง” ไม่มีกรณี “เขาสอยดาว”ฯลฯ ได้สิทธิพิเศษ 

การจะแก้ปัญหานี้ให้มีความยั่งยืน นั่นหมายความว่า พื้นที่ป่าที่ทวงคืนมาต้องได้รับการฟื้นฟูกลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์ ที่ดินอีกส่วน เช่น ที่ ส.ป.ก.ต้องนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรตัวจริงทำกิน และต้องออกกฎหมายป้องกันการบุกรุกให้เด็ดขาด

ถ้ามาตรา 44 ออกฤทธิ์อย่างที่ว่า...คนรวยจะไม่มีอภิสิทธิ์เหนือที่ดินรัฐ คนจนก็จะได้สิทธิทำกินบนที่ดินที่รัฐจัดสรรให้...นี่คือการลดความเหลื่อมล้ำของจริง

แต่ไม่ใช่นำที่ดินบุกรุกเหล่านี้มาเปิดให้เอกชนเช่าปลูกป่า เช่าทำโรงแรม รีสอร์ท อย่างถูกกฎหมาย

มุมมองประการต่อมา e-ช้าน...ต้องการให้ คสช.ใช้มาตรา 44 กับ “เกษตรพันธสัญญา” เพราะเป็น “พันธะ” ที่ทำให้เกษตรกรเป็นเพียง  “ทาส” ในอุ้งมือของ  “เอกชน” เพียงกลุ่มเดียว

วันก่อน วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ฉายภาพให้เห็นว่าการเผาป่าทำไร่ข้าวโพด เพราะมีอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ส่งเสริมการปลูกและรับซื้อผลผลิต ซึ่งเจ้าของโรงงานกับบริษัทขายเมล็ดพันธุ์ก็เป็นบริษัทเดียวกัน การรับซื้อ “ปลาเป็ด” ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ก็สร้างแรงจูงใจให้เรืออวนลากอวนรุนลักลอบจับปลาส่งขายโรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นการทำลายวงจรระบบนิเวศในท้องทะเล

เรื่องนี้เรื่องใหญ่และยังเกี่ยวข้องกับภาคเกษตรอื่นๆ อีก ถ้า คสช.กล้าทำเรื่องนี้ให้สำเร็จคุณูปการจะตกกับคนจนล้วนๆ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ