เตรียมตัวก่อนลงทุนปี 58
โดย กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)
โดย กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)
ดัชนี SET Index ปีนี้เปิดตัวอย่างสวยงามบวกแล้วเกือบ 8% มีใครลงทุนกันแล้วบ้างครับ? หากท่านยังไม่ได้ลงทุนหรือกำลังตัดสินใจอยู่วันนี้ผมมีเทคนิคและว๊ธีการในการเตรียมตัวก่อนการลงทุนมาเล่าให้ฟังครับ โดยจะเน้นไปที่การลงทุนในกองทุนรวม
โดยผมขอแบ่งผู้ลงทุนออกเป็น 2 ส่วน คือ ผู้ที่ลงทุนกองทุนรวมอยู่เป็นประจำ กับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน
ขอเริ่มกับผู้ลงทุนที่มีพอร์ตกองทุนอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่ายังมีผู้ลงทุนอีกหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองซื้อกองทุนรวมไปเพื่ออะไร บางคนถึงขั้นซื้อกองทุนรวมแบบไร้จุดหมาย (ซื้อเพราะมีคนบอกให้ซื้อ)
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกๆการลงทุน จะต้องมีเป้าหมาย เช่น ลงทุนเพื่อเก็บเงินเอาไว้ซื้อบ้าน เก็บไว้เป็นการศึกษาของลูกหลาน และเพื่อวัยเกษียณ ดังนั้นก่อนจะลงทุน ผมอยากให้ผู้ลงทุนตั้งเป้าเอาไว้ก่อนว่าลงทุนไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกันคุณซื้อกองทุนรวมไปเพื่ออะไร
เมื่อรู้ว่าตัวเองลงทุนไปเพื่ออะไรแล้ว จากนั้นคุณก็จะรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะไปถึงจุดนั้นได้ เป้าหมายลงทุนกองทุนรวมเพื่ออะไร เช่น ต้องการเงินออม 5 ล้านบาท 10 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งการที่รู้ว่าจะลงทุนไปเพื่ออะไรนั้นจะทำให้มีความตั้งใจในการลงทุน ซึ่งผมขอแนะนำว่าให้ลองเขียนลงในสมุดว่าเป้าหมายการลงทุนของตัวเองนั้นคืออะไร มีเข็มทิศชีวิตด้านการออม การลงทุนอย่างไร
และเมื่อผู้ลงทุนลงทุนกองทุนรวมไปแล้ว ควรมีการตรวจสอบกองทุนรวมของตัวเองอย่างไรบ้าง วิธีตรวจสอบง่ายๆนั้มีดังนี้
ถ้าเป็นการลงทุนแบบพอร์ตโฟลิโอ (มีการลงทุนในหลากหลายประเภทสินทรัพย์ หรือหลายกองทุน) ผู้ลงทุนควรตรวจสอบความเคลื่อนไหวพอร์ตการลงทุนกองทุนรวมทุกๆไตรมาส โดยเน้นดูข้อมูล ผลการดำเนินงาน (Fund Performance) โดยรวมว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยอาจจะสร้างเป็นตารางขึ้นมาก็ได้ว่าพอร์ตการลงทุน 3 เดือนย้อนหลัง หรือ 1 ปีย้อนหลังเป็นอย่างไร
การตรวจสอบแบบนี้ จะทำให้ผู้ลงทุนรู้ว่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร หายไปเท่าไร ง่ายๆคือ “กำไร” หรือ “ขาดทุน” นั้นเอง
จากนั้นต้องเข้าไปดูว่ากองทุนรวมไหนที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด กองทุนรวมไหนย่ำแย่ที่สุด ตรงจุดนี้ผมไม่อยากให้ผู้ลงทุนตัดสินขายกองทุนรวมที่มีผลตอบแทนย่ำแย่ออกไปในทันที เพราะบางครั้งอาจจะเสียวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายการลงทุน โดยอาจจะรอช่วงกลางปีปลายปีในการพิจารณาปรับพอร์ต
และเมื่อดู Fund Performance เสร็จแล้วนั้น ต่อมาให้ดูเรื่อง Portfolio Allocation เพราะว่าผู้ลงทุนส่วนใหญ่จะมีการกระจายการลงทุน ดังนั้นต้องคอยติดตามว่าพอร์ตการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน
ส่วนนี้ ผู้ลงทุนจะต้องดูว่ากองทุนรวมที่ลงทุนไปนั้นมีการปรับเปลี่ยนสไตล์การลงทุนหรือไม่ เพราะบางครั้งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนการลงทุน เช่น จากที่เคยเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ มาเป็นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก หรือเคยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน ก็หันมาเน้นหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หากเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้จากที่เคยเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ก็เริ่มเน้นลงทุนหุ้นกู้มากขึ้น
การที่กองทุนมีการปรับเปลี่ยนสไตล์การลงทุนแบบนี้ ส่งผลถึงพอร์ตการลงทุนของเราโดยรวมซึ่งอาจจะทำให้ผิดกับเป้าหมายในการลงทุนกองเรา
มาถึงส่วนผู้ลงทุนที่เป็นมือใหม่หัดขับกันบ้างครับ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยซื้อกองทุนเลย ผมอยากให้เริ่มต้นโดยการไปทำแบบสำรวจตัวเองก่อนว่า “รับความเสี่ยง” ได้แค่ไหน เพราะระดับความเสี่ยงจะทำให้หน้าตาของพอร์ตการลงทุนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่เรารับได้ จากนั้นต้องดูอายุของตัวเอง เพราะอายุก็เป็นตัวกำหนดหน้าตาของพอร์ตลงทุนด้วย
จากนั้นก็เริ่มทำการศึกษาหาข้อมูลของกองทุนในแต่ละประเภทที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและเป้าหมายในการลงทุนของเรา รวมทั้งดูผลการดำเนินงานของกองทุนโดยสามารถหาข้อมูลทั้ง Fund Factsheet เว็บไซต์ของแต่ละ บลจ. หรือที่ www.morningstarthailand.com เพื่อทำการเลือกกองทุนที่ดีและเหมาะสมกับตัวเรา
และอย่าลืม ถ้าเป็นผู้ลงทุนที่ต้องเสียภาษีต้องตรวจสอบว่าแต่ละปีต้องเสียภาษีมากน้อยแค่ไหน ต้องรีบคำนวณภาษี เพื่อจะได้รู้ว่าจะต้องแบ่งเงินมาซื้อ LTF และ RMF เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี ซึ่งผมขอแนะนำว่าควรจะรู้เอาไว้ตั้งแต่ต้นปี แล้วทยอยซื้อ LTF และ RMF แบบเฉลี่ยทุกๆเดือน ที่เรียกว่าการลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging
ส่วนเทคนิคในการเลือกกองทุนผมขอติดไว้ก่อนเป็นฉบับหน้าครับ







