
น่าคบมาก
โลกเปลี่ยนไปแล้ว จากยุคไล่ล่าอาณานิคมนำกำลังเข้ายึดครอง เปลี่ยนเป็นเจรจาการทูต
โดย...ขำ เคืองใจ
โลกเปลี่ยนไปแล้ว จากยุคไล่ล่าอาณานิคมนำกำลังเข้ายึดครอง เปลี่ยนเป็นเจรจาการทูต
ด้วยการซ่อนไพ่หาช่องโหว่บุกเข้าชิงผลประโยชน์
จึงต้องรู้เขารู้เรา อ่านเกมการเมืองระหว่างประเทศให้ออก
ขณะเดียวกัน ต้องย้อนดูตัวเองเพื่อกลบจุดอ่อนสร้างจุดแข็งเพื่อไม่ให้เสียเปรียบระหว่างเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
แต่คนประเภท “รู้เขา” กำลังอาศัยคัมภีร์ “สุภาพบุรุษประชาธิปไตย” สร้างความเป็นต่อเหนือประเทศอื่นๆ
แต่ “เรา” กลับแสดงบทเสแสร้งโดนรังแกหวังพึ่งใบบุญจากภายนอกให้มาแก้ไขปัญหาภายใน
ดูไปดูมาเหมือนชักศึกเข้าบ้านยังไงก็ไม่รู้
กล่าวแบบนี้ ทนเห็นพฤติกรรมนักการเมืองไทยไม่ไหวที่ไม่รู้จักแยกแยะ
ว่าอะไรคือการรักษาผลประโยชน์ชาติสมควรมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตน
เท่านั้นไม่พอ พยายามนำพฤติกรรมที่พ่วงด้วยบัญชีทุจริตคอร์รัปชั่นไปฟ้องชาติมหาอำนาจถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย
ช่างนำมาผูกโยงให้เป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างแนบเนียน
ทั้งที่หารู้ไม่ว่าชาติอื่นเขารับรู้ข้อมูลมาเป็นอย่างดี เพียงแต่อาศัยความวุ่นวายภายในชาติของเราสบช่องชิงจังหวะแสดงความโชว์เหนือทางความคิด ซึ่งไม่ต่างกับการแทรกแซงกิจการภายในอย่างไม่เป็นทางการ
ผู้หลักผู้ใหญ่แสดงความเห็นกันไปแล้วอาจมีทั้งอารมณ์โกรธเกรี้ยวเจือปนด้วย
แต่ในมุม สุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สื่อสารออกมา ทำให้เห็นมิติความสัมพันธ์สองหน้าได้อย่างดี
ท่านกล่าวตอนหนึ่ง “ผมขอบอกว่าประเทศไทยมีสิทธิที่จะดำเนินนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศของเราเอง เป็นสิทธิของเรา สหรัฐมีความสัมพันธ์กับไทยมายาวนานเกือบ 200 ปี ต้องตระหนักและให้ความสำคัญถึงความสัมพันธ์นี้ด้วย และทางสหรัฐเองก็ควรรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร”
“...ผมทำงานกับเขามาเป็นสิบปีแล้ว โดยส่วนตัวก็รู้สึกผิดหวังกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะเราช่วยเหลือสหรัฐก็เยอะ ในเรื่องประเด็นความมั่นคงต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์ของเขาทั้งสิ้น และวันนี้ก็ยังช่วยทำอยู่ เขาต้องมองเราด้วยความเข้าใจ”
ไม่บ่อยนัก ผู้คร่ำหวอดงานความมั่นคงกล่าวตรงไปตรงมา โดยเฉพาะคำพูดที่ต้องขีดเส้นใต้ “ทำงานร่วมกันมาเป็นสิบปี”
หากกล่าวถึงการร่วมงานด้านความมั่นคงมานานนับสิบปี มันก็เป็นอะไรต่อมิอะไรที่ไม่สามารถนำมาอรรถาธิบายต่อสาธารณชนได้ทั้งหมด
เพราะเป็นงานติดตาม เสาะแสวงหาความร่วมมือขจัดภัยความมั่นคงในระดับลับถึงลับที่สุด
ซึ่งต้องอยู่บนฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกันด้วย
แล้วอย่างงี้ คบได้มั้ยเนี่ย







