
ชักจะตื้อเหมือนขิงแก่
ช่วงนี้เห็น “บิ๊กตู่” ออกอาการตบะแตก สัมภาษณ์สื่อหลายครั้ง หงุดหงิดหัวเสีย ด่าเปรี้ยงปร้างออกอากาศ ใครเห็นก็สยอง แม้แต่กองเชียร์ก็บอก “ภาพไม่ดี”
โดย...พะนะท่าน
ช่วงนี้เห็น “บิ๊กตู่” ออกอาการตบะแตก สัมภาษณ์สื่อหลายครั้ง หงุดหงิดหัวเสีย ด่าเปรี้ยงปร้างออกอากาศ ใครเห็นก็สยอง แม้แต่กองเชียร์ก็บอก “ภาพไม่ดี”
การบริหารประเทศเริ่มติดขัด จะขยับไปทางไหนก็ไม่ได้ดั่งใจ นโยบายเศรษฐกิจ อัดฉีดก๊อกหนึ่ง ก๊อกสอง ก๊อกสาม ปล่อยออกมาเป็นชุด ก็ยังกังวลว่าเศรษฐกิจอาจแป้ก
ปัญหาเศรษฐกิจยังติดขัด ไม่สดใส ซึมยาวตลอดปีไม่เป็นไปตามคาด
ถ้าแก้ไม่ตก ก็เป็นปัญหาใหญ่ รัฐบาลจะขาดแรงสนับสนุนจากประชาชน คนจำนวนมากจะเริ่มนึกถึง การเลือกตั้ง อยากได้รัฐบาลใหม่มาแก้ปัญหาแทน
วกมาที่ปัญหาการเมือง เริ่มมีการขยับจากกลุ่มเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย จากผลของการถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และได้แบ็กอัพจากพี่ใหญ่สหรัฐ สบช่องคอยช่วยเขย่ารัฐบาลประยุทธ์
ไม้แข็งที่ คสช.เรียกเหล่าเพื่อไทย เสื้อแดง มาปรับทัศนคติยังได้ผล บิ๊กเพื่อไทยยอมงอในอำนาจ คสช. ทั้งที่ คสช.เกรงว่า ถ้ากลับมาใช้อำนาจห้ามปรามแบบเดิม จะเกิดแรงเหวี่ยงมุมถล่มกลับมาที่ คสช.
แต่เพราะ “บิ๊กตู่” ยังมีเวลาคุมประเทศอีกปี ตามไทม์ไลน์ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่เดือน ก.พ.-มี.ค. 2559
นับนิ้วตอนนี้ บิ๊กตู่และรัฐบาลใกล้มาถึงครึ่งทาง หลังจากบริหารประเทศมาได้ 5 เดือน ทว่าเป็น 5 เดือนที่ยาวนาน หากนับรวมกับ คสช.ที่ยึดอำนาจมาแล้ว 8 เดือน แต่การปฏิรูปก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าที่ควร
การบริหารประเทศ มันไม่ง่ายเหมือนปกครองกองทัพ หลายปัญหามันหมักหมมมานาน บางเรื่องเป็นปัญหาโครงสร้างต้องใช้เวลา ยิ่งในความขัดแย้งแบ่งขั้วทั้งในฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการ ก็ยิ่งยากกำลังสอง
ที่น่าห่วง คือ เวลาที่นับถอยหลังมาเรื่อยๆ ทุกวัน ทำให้อำนาจการปกครองของ “บิ๊กตู่” เริ่มไม่ขลัง ผู้ปฏิบัติเริ่มไม่ฟัง เกิดแรงต่อต้าน เกียร์ว่างจากข้าราชการกลุ่มตรงข้ามรอคอยให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่
ยังไม่นับพวกทำงานไร้ประสิทธิภาพ เช้าชามเย็นชาม โดยเฉพาะเหล่าเสนาบดีในรัฐบาลประยุทธ์นี่แหละ
5 เดือนพิสูจน์ให้เห็นว่า หลายคนไม่ต่างจากพวก“ขิงแก่” ในรัฐบาล สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีแต่ภาพ แต่ประสิทธิภาพ คือ การลอยตัวเหนือปัญหา บ้างก็ทำงานตั้งรับ มากกว่าจะรุก ทั้งที่นี่เป็นสถานการณ์พิเศษของรัฐบาลที่มาจากยึดอำนาจ สามารถสั่งการลุยปัญหาได้ฉับไว แต่กลับบริหารเชื่องช้าไม่ทันการณ์
ขุนทหารที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเพื่อขันนอตในกระทรวงต่างๆ และเป็นลูกมือ “บิ๊กตู่” ก็โดนระบบกลืนเอาดื้อๆ
ผ่านมา 1 ใน 3 ของเส้นทางก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ ยังมีปัญหาอีกสารพัดที่รอผ่าตัดอีกมาก ไม่ว่าจะปัญหาการศึกษา การกระจายอำนาจ การปฏิรูปวงการตำรวจ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ฯลฯ ซึ่่งก็ยังไปไม่ถึงไหน
หากจะได้ชื่อว่า “มาทำงานปฏิรูป” เพื่่อประเทศแตกต่างจากรัฐบาลปฏิวัติในอดีตที่จ้องสืบทอดอำนาจ ก็ต้องปรับการทำงานขนานใหญ่เพื่อเร่งผลงาน ก่อนจะจมปลักกันทั้งบาง







