
กำหนดอนาคตชาติ
เมื่อตอนที่แล้ว e-ช้าน...พูดถึงเรื่องสังคมไร้อุดมการณ์ทางการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองที่ควรจะมี
โดย...e-ช้าน
เมื่อตอนที่แล้ว e-ช้าน...พูดถึงเรื่องสังคมไร้อุดมการณ์ทางการเมืองและอุดมการณ์ทางการเมืองที่ควรจะมี ซึ่งสิ่งที่ e-ช้าน...กังวลก็คือตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไปจะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองของเรา
ลองตั้งสมมติฐานว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะออกมาไม่เป็นที่ยอมรับหรือจงใจไม่ยอมรับก็แล้วแต่ จะเกิดอะไรขึ้น สำหรับตัว e-ช้าน...แล้วคาดเดาว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นอีก เพียงแต่อาจจะไม่เกิดความรุนแรงขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วนเหมือนม็อบ กปปส.ที่ ผ่านมา
เรามีความขัดแย้งทางการเมืองมาอย่างน้อย 5 ครั้งใหญ่ๆ แต่ดูเหมือนว่าตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2534 ที่ผ่านมา 23 ปีกว่า เรากลับไม่ได้บทเรียนเพื่อเปลี่ยนผ่านการเมืองที่เป็นความหวังของคนในชาติได้ และก็เชื่อว่าความขัดแย้งในลักษณะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายรบราฆ่าฟันกันเองของคนในชาติจะยังมีอยู่ต่อไป
สาเหตุที่ e-ช้าน...ได้พูดถึงความไม่มีอุดมการณ์ทางการเมืองนั้น ไม่ใช่กล่าวเฉพาะนักการเมือง แต่หมายรวมถึงพลเมืองในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย ตราบใดที่พลเมืองยังข้ามไม่พ้นเรื่องรักชอบโกรธหลง นักการเมืองในฐานะปัจเจกที่จะมาทำหน้าที่นักการเมืองย่อมเป็นเรื่องยากที่เราจะร่วมออกแบบประเทศของเราได้
ช่วงที่ผ่านมา e-ช้าน...มีโอกาสได้ไปร่วมเวทีออกแบบอนาคตประเทศร่วมกับคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ตัวแทนภาคประชาชน เอ็นจีโอ ฯลฯ แม้จะไม่ใช่เวทีระดับชาติ แต่ได้เชิญคนที่เห็นต่างทุกฝ่ายมาร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกัน พร้อมกับสรุปภาพรวมปัญหาและวาดภาพโมเดลอนาคตประเทศในอีก 20 ปีข้างหน้า โครงการทำมากว่า 5 ปี จนมาเกิดรัฐประหารขึ้นเสียก่อน
แต่อย่างน้อยๆ e-ช้าน...ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีทั้งเหลืองทั้งแดงทั้งทหาร ที่ยอมถอดเสื้อเปิดอกนั่งพูดคุยกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ทุกข้อเสนอตัดความต้องการของกลุ่มของตัวเองออก แล้วช่วยกันวาดภาพอนาคตของชาติร่วมกัน
หากได้มีการผลักดันเวทีการพูดคุยลักษณะนี้ให้มากขึ้นหลายๆ เวที เราอาจจะค้นหาโมเดลทางออกประเทศที่เป็นฉันทานุมัติของคนส่วนใหญ่ได้ e-ช้าน...ไม่อยากเห็นความขัดแย้งทางการเมืองมาทำลายความรักความสามัคคีของคนไทยด้วยกันเองอีก เพราะทุกวันนี้เราก็เกลียดชังกันเองมากพอแล้ว
ควรจะถึงเวลามาร่วมออกแบบอนาคตไว้ให้ลูกหลานในวันหน้า ซึ่งอาจไม่จำเป็นจะต้องยกร่างกฎหมายหรือบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเสมอไป เพราะ e-ช้าน...เชื่อว่ากฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง หรือเป็นเพียงอะไหล่ส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย
แต่อนาคตของประเทศที่จะมีความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ ต้องผ่านการเรียนรู้และสั่งสมอุดมการณ์ทางการเมืองของประชาชน เพื่อใช้กำหนดอุดมการณ์ทางการเมืองของนักการเมืองให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวนาน...ถ้าไม่ช่วยกันคิดถึงเรื่องนี้ให้มากๆ...รอให้คนเพียงบางกลุ่มมากำหนดให้ เราอาจตกอยู่ในวังวนเดิมๆ เช่นที่เป็นอยู่กันต่อไป







