
อย่าเลือกปฏิบัติ
เป็นเรื่องชวนให้ขบคิดไม่น้อย ภายหลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับเอกสารของทางราชการได้หลุดรอดมาโผล่อยู่บนโลกโซเชียลมีเดียให้ประชาชนได้ยล
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เป็นเรื่องชวนให้ขบคิดไม่น้อย ภายหลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับเอกสารของทางราชการได้หลุดรอดมาโผล่อยู่บนโลกโซเชียลมีเดียให้ประชาชนได้ยล
เอกสารที่ปรากฏเป็นคำสั่งซึ่งมีเนื้อหาเรียก “ข้าราชการ” เข้าพบบุคคลสำคัญบ้านเมือง เห็นได้ชัดเจนจากกรณี พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) สุพรรณบุรี มีหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ 28 นาย ที่ได้รับแต่งตั้งในวาระประจำปี 2557 เข้าเยี่ยมคารวะ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ที่บ้านพักจรัญสนิทวงศ์
ก่อนเรื่องนี้ถูกแพร่สะพัดออกไปเป็นวงกว้าง ตามมาด้วยเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ถึงกับมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) นำไปอภิปรายในสภาให้นายกฯ ต้องเข้ามาจัดการเรื่องนี้เพราะเหมือนเป็นการคอร์รัปชั่นหน้าที่
แม้จะมีการยกเลิกคำสั่งในเวลาต่อมา แต่ก็เป็นเหตุให้พล.ต.ต.ชัชชรินทร์ ถูกคำสั่งไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม
ขณะที่ก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2557 มีกรณีเผยแพร่เอกสารจังหวัดทหารบกเชียงราย ได้ส่งจดหมายเชิญผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดให้ไปต้อนรับผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกที่สนามบิน เกิดเสียงวิจารณ์จากสังคมไม่น้อย
ทำให้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ต้องออกมาชี้แจงแถลงไข โดยยืนยันว่าไม่ได้บังคับข้าราชการหรือศาลไปต้อนรับ แค่เพียงแจ้งให้หน่วยงานราชการทราบ เพราะสังคมข้าราชการปัจจุบันถือเป็นการเคารพและให้เกียรติกัน
แม้สองเหตุการณ์มีบทสรุปชัดเจน แต่บทลงโทษดูเหมือนยังคงต่างกัน จนอาจขัดต่อแนวทางการปฏิรูปประเทศ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วางเจตนารมณ์ไว้
ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนว่าได้ปฏิบัติถูกต้องตามครรลองคลองธรรมหรือไม่
มิเช่นนั้น ทุบโต๊ะ...เลยว่าอาจถูกครหา “เลือกปฏิบัติ” ได้







