
สังคมไร้อุดมการณ์
ถึงแม้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะถูก สนช.ลงมติถอดถอนไปด้วยเสียงท่วมท้น 190 ต่อ 18 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง และบัตรเสียอีก 3 ใบ
โดย...e-ช้าน
ถึงแม้ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะถูก สนช.ลงมติถอดถอนไปด้วยเสียงท่วมท้น 190 ต่อ 18 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง และบัตรเสียอีก 3 ใบ
แต่พลพรรคไม่เอาทักษิณก็ยังไม่สะใจ ซึ่ง e-ช้าน…สดับรับฟังมาพวกเขาเหล่านี้ต้องการเอาคนตระกูลชินวัตรไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เสียให้สิ้นซาก...อย่าได้ผุดได้เกิดอีก (อันนี้ฟังมาหลายวง)
จริงๆ แล้ว e-ช้าน…ไม่เห็นด้วยนะ เพราะหากสังคมไทยบ้าจี้เลือกวิธีการแก้ปัญหาด้วยการ “ฆ่า” ศัตรูทางการเมือง ย่อมไม่มีทางจะแก้ปัญหาความขัดแย้งให้หมดไปได้ อย่าลืมว่าอีกฟากก็พร้อมลงมือฆ่าอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน ซึ่ง e-ช้าน…ได้ยินคำพูดทำนองนี้ในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
ตอนนั้นหลายคนพูดว่า ถ้า “ทักษิณตาย” ทุกอย่างน่าจะจบ พูดตรงๆ ว่าเป็นวิธีคิดที่ขาดสติ เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า แต่จะไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ดีขึ้น ถ้าคนส่วนใหญ่ยังมีความคิดในลักษณะนี้ e-ช้าน…ว่าการที่เราหวังจะปฏิรูปการเมืองให้เกิดความปรองดองกันคงยาก
วันก่อนได้แลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองกับเพื่อนฝูง (วันที่ 23 ม.ค. วันถอดถอนยิ่งลักษณ์ สมศักดิ์ และนิคม) ทุกคนต่างลุ้นว่า สนช.จะโหวตออกมาอย่างไร จะมีผลต่ออนาคตการเมืองมากน้อยแค่ไหน e-ช้าน…อธิบายเพื่อนๆ ว่า ในฐานะเป็นคนไม่แดงไม่เหลือง...ไม่ว่ามติจะออกมาอย่างไรก็ไม่มีทางจะสร้างความพึงพอใจให้ทั้งสองฝ่าย เพราะต่างก็เชื่อในทัศนะที่ตัวเองฝักใฝ่ ซึ่งมีทั้งผิดและถูก
e-ช้าน…เล่าให้ฟังว่าช่วงปีใหม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับญาติที่เป็นแนวร่วม กปปส. หลายคน ทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกันว่าเมื่อไหร่ทักษิณตาย ตระกูลชินวัตรถูกล้างไปจากการเมืองไทย ประเทศเราคงดีขึ้น คนกลุ่มนี้เกลียดชังการโกงเป็นชีวิตจิตใจ วันๆ นั่งด่านักการเมืองโกงโดยไม่ต้องกินข้าว
เชื่อหรือไม่ว่า ทัศนะทางการเมืองที่ e-ช้าน…เล่าให้ฟังช่างไม่แตกต่างจากกรอบคิดและวิธีคิดของปัญญาชน ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในบ้านเมืองบางกลุ่ม เป็นชุดความคิดเดียวกันที่เชื่อว่าถ้าทักษิณตายบ้านเมืองจะดีขึ้น และฝากความคาดหวังในเรื่องนี้ไว้ต่อคณะรัฐประหาร
e-ช้าน…จึงมั่นใจว่าการปฏิรูปการเมืองเที่ยวนี้คงไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากพอจะทำให้การเมืองไทยเห็นอนาคต เพราะพลเมืองเราไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่เป้าหมายร่วม จึงยังเป็นช่องว่างให้นักเลือกตั้งใช้เป็นบันไดปีนเข้าสู่อำนาจต่อไป
การเลือกตั้งทุกครั้งพลเมืองจึงไม่สามารถสกรีนคนไม่ดีให้ออกจากสนามการเมือง แต่เราจะได้คนที่คาดว่าน่าจะดีใช้สารพัดวิธีชักจูงโน้มน้าวเราเข้าเป็นแนวร่วมในการเข้าสู่อำนาจและรักษาอำนาจให้อยู่ต่อไป ซึ่ง e-ช้าน…คิดว่าเมื่อเราปล่อยให้สถานการณ์ย่ำอยู่กับวิธีคิดแบบเดิมๆ “อุดมการณ์ทางการเมือง” ที่พึงจะมีทั้งในตัวพลเมืองและในตัวนักการเมืองจึงไม่อาจเป็นจริง การเลือกคนเข้ามารักษาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่จึงยังเป็นเรื่องต้องลองผิดลองถูกไปอีกนาน
แต่ e-ช้าน…กลัวว่าช่วงรอยต่อนี้จะเกิดเหตุการณ์เลือดนองแผ่นดินกันอีก...ไม่ช้าก็เร็ว







