
ราคาทองคำผันผวนเป็นขาขึ้นในระยะสั้น
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
เราจะเห็นความผันผวนของราคาทองคำในช่วง 2 สัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผันผวนในทิศทางขาขึ้น และหลายครั้งเราจะเห็นว่าราคาทองคำจะตอบสนองต่อตลาดในทิศทางที่สวนกับสภาวะปกติ นั่นหมายความว่า ตลาดกำลังเกิดบางสิ่งบางอย่างที่บางครั้งไม่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยพื้นฐานแบบปกติ อันจะเห็นได้ว่าค่าเงินดอลลาร์เองมีความแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน และทำจุดสูงสุดในรอบ 4 ปีด้วยซ้ำ โดย dollar Index ขึ้นไปทำจุดสูงสุดประมาณ 94.0
โดยปกติราคาทองคำจะตอบสนองต่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็วทันทีในทิศทางขาลง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แม้ว่าจะมีตัวเลขแย่ลงบ้างอย่างเช่นในคืนวันศุกร์ที่ 9 ม.ค. 58 ที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นลดลง 101,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 252,000 ตำแหน่ง
อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่าอัตราว่างงานของสหรัฐอเมริกากลับดีขึ้นจาก 5.8% มาอยู่ที่ระดับ 5.6% แต่ดูเหมือนตลาดจะให้ความสำคัญกับข่าวการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดโดยทั่วไปคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดน่าจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ต่ำลงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง ดังนั้น นักวิเคราะห์หลายสำนัก จึงคาดการณ์ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดน่าจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือไตรมาสที่ 3 ด้วยซ้ำไป
ดังนั้น MTS Gold แม่ทองสุก ขอนำเสนอกลยุทธ์การลงทุนบางส่วนสำหรับการลงทุนในสภาวะเช่นนี้แก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน เพื่อให้ท่านสามารถปรับ Portfolio ของท่านได้อย่างเหมาะสม ดังนี้
1.การเข้าใจภาพรวมใหญ่ของตลาดทองคำ
ปัจจัยที่ 1 คือ ภาพรวมหลักของตลาดทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาลงในระยะยาว จากค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง ตามที่นักวิเคราะห์โดยทั่วไปเข้าใจอยู่ แต่สิ่งที่เห็นได้ในช่วง 3 สัปดาห์นี้ คือราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองกับค่าเงินดอลลาร์ในการทำ New Low แต่กลับทดสอบ New High ด้วยซ้ำไป
2. ปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยองค์รวมของโลก
ปัจจัยนี้ หมายรวมถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงจีน ซึ่งเศรษฐกิจจีน ถือได้ว่าเริ่มมามีอิทธิพลต่อราคาทองคำมากขึ้นในฐานะผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของโลก แม้ว่าจีนจะยังไม่ได้มีการถือครองทองคำในลักษณะการสำรองที่เยอะที่สุด แต่จีนก็เริ่มให้อิสระต่อการถือครองทองคำมากขึ้น และมีการเข้าซื้อทองคำมากที่สุดในปี 2557
3. ผลกระทบจาก Hedge Fund
ปัจจัยตรงนี้เป็นตัวเสริมที่ช่วยให้เราเห็นทองคำในรูปแบบการสวนและการแกว่งในลักษณะนี้ นั่นหมายถึงว่า เรากำลังได้เห็นว่าบรรดา Hedge Fund กำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ จึงทำให้ระยะสั้นราคาทองคำจึงกลับมาเป็นขาขึ้น
Trading Strategy ในขณะนี้ควรเป็นอย่างไร?
ณ ขณะนี้ Trading Strategy ควรจะเป็นลักษณะของ Sideways Volatile ซึ่ง Strategy ในด้านการลงทุนมีทั้งหมด 6 รูปแบบ แต่ในวันนี้จะกล่าวเพียงรูปแบบเดียว นั่นหมายความว่า โดยปกติการเคลื่อนตัวแบบ Sideways จะเป็นการเคลื่อนตัวแบบไร้ทิศทางและมีปริมาณการซื้อขายไม่สูงนักและไม่แกว่งมากจนเกินไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดทองคำขณะนี้ คือลักษณะของ Sideways Volatile คือเป็นการเคลื่อนตัวรูปแบบ Sideways และแกว่งตัวในกรอบค่อนข้างกว้าง โดยทองคำ ณ ขณะนี้แกว่งตัวในระดับ 1,200-1,225 เหรียญ และดูเหมือนจะแกว่งในลักษณะ Sideways Up ด้วยซ้ำไป
นักลงทุนควรบริหารขนาดพอร์ตการลงทุนด้วยกลยุทธ์อะไร
การเข้าใจถึงการบริหารพอร์ตการลงทุนทีสำคัญมีอยู่ 2 เรื่อง คือ
1. Position Sizing หมายถึง การเข้าลงทุนแต่ละจุด รวมถึงการพิจารณาใช้ปริมาณขนาดการลงทุนอย่างไร
2. Position ที่ยังคงเหลืออยู่ หมายความว่า นักลงทุนควรจะเหลือ Position ขนาดเท่าไรในการที่จะ Follow truth ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด ณ ขณะนี้
ทั้งสองเรื่องจึงเป็นสิ่งที่น่าจะนำมาศึกษาและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม ณ ขณะนี้
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำยืนอยู่เหนือระดับ 1,200 เหรียญได้เป็นเวลากว่า 2 อาทิตย์แล้ว และทำให้ภาพระยะสั้นของการลงทุนกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้น เมื่อราคากลับมาทดสอบบริเวณ 1,220 เหรียญอีกครั้งหนึ่ง จึงวิเคราะห์ได้ว่า ถ้าราคาสามารถยืนเหนือ 1,220 เหรียญได้ในอีก 2 วันทำการ น่าจะทำให้ในระยะสั้นแนวโน้มของทองคำกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้นโดยสมบูรณ์ โดยที่ Oscillators คือ MACD และ RSI เริ่มให้สัญญาณที่เป็นบวกเช่นเดียวกัน







