posttoday
วัฒนธรรมแห่งความคิด ตอนที่ 11

วัฒนธรรมแห่งความคิด ตอนที่ 11

06 มกราคม 2558

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

ช่วงนี้ตลาดหุ้นผันผวน มีน้องคนนึงเข้ามาปรึกษาว่า “พี่ ทำไมผมไม่โชคดีเหมือนพี่บ้าง ..ผมทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ..มันไม่เห็นมีโอกาส ..ไม่เห็นมีเวทีให้ผม เหมือนที่พี่มีเลย ..ผมว่า โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยครับพี่”

ผมฟังมันบ่น แล้วคันปากอยากจะด่า แต่ต้องค่อยๆ อธิบายมันว่า “เฮ้ย!! โอกาสและความสำเร็จ ในยุคนี้ไม่ใครเขาใส่พานมาให้หรอกนะ ..ลองนึกย้อนไปสมัยเรียน ถ้าจะเรียนให้เก่ง ก็ต้องอ่านหนังสือ และ ก็ไปเรียนพิเศษถูกไหม ..อยากเป็นนักดนตรี ก็ต้องฝึกซ้อม แล้วก็หาเวที ไปประกวดไปแข่ง ไปประลองฝีมือ ..ก็เหมือนหนังจีนโบราณ ถ้าอยากเป็นเจ้ายุทธภพ มันก็ต้องออกจากถ้ำ ไปหาโอกาสไปประมือกับจอมยุทธต่างๆ ไปประลองฝีมือ ไปท้าทายคนอื่น”

เออ ..ใช่ !! เอ๊งไม่เคยดูหนังจีนเลยล่ะซิ ถึงนึกว่า เวทีและโอกาส มันคือ เราต้องสร้างเอง ไม่ใช่รอให้โอกาสมันวิ่งเข้ามา

ถ้าจะพูดให้มันตรงประเด็น ก็คือ คนเก่งก็ต้องหาเรื่อง ต้องท้าทายธุรกิจเดิมๆ อยู่ในวงการไหน ก็ต้องท้าทายคนที่อยู่ในวงการนั้น เช่น ทุกคนเล่นดนตรีแนว Classic เราก็มานี่เลย Rock & Punk คือ ไม่ดัง ก็ดับ แต่ยุคนี้เชื่อเปล่าว่า โอกาสดังมากกว่าดับ เพราะ ยุคนี้มันไม่มีอะไรแปลกจนคนรับไม่ได้อีกต่อไป ..ขอให้คิดให้ออกเถอะว่า ความแปลกที่คนอื่นไม่กล้าทำมันอยู่ตรงไหน

ถ้าจะดูตัวอย่าง ก็ลองดู Lady GaGaนั่นแหละ ชัดเจน มันจุดยืน แบบโคตรๆ ..Identity มันชัดมาก ใครเห็นจำได้เลย แน่นอน เสียงด่ามีอยู่แล้ว ..แต่ถามหน่อยมีอะไรที่ทำแล้วไม่มีใครด่า ..ไม่ครับ ..ถ้าเราเรียบร้อย คนก็จะบอกว่า คนนี้น่าเบื่อ ..ถ้าพูดเยอะหน่อย คนก็จะบอกไอ้นี่ร่าเริงเกินเหตุ

เรื่องของ “โอกาส” จริงๆ คนรุ่นใหม่เข้าใจผิดพลาดอย่างมาก เพราะจริงๆ แล้ว โอกาสมันก็คือ วิกฤต นั่นแหละ

ในยุคนี้จะเห็นได้ว่า มีวิกฤตรอบตัว ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ ตลอดไปถึง วิกฤตเศรษฐกิจ ...ก็คือ โลกมันบอกว่า วันนี้มันคือ จุดเปลี่ยนนั่นเอง

คิดง่ายๆ ถ้าไม่มี วิกฤตเลย คนรวย เขาก็จะรวยและคุมทุกอย่างต่อไปแบบชิวๆ ..แต่วิกฤตนี่แหละ ที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง ..มันสามารถทำให้ธุรกิจใหญ่เจ๊งในพริบตา ทำให้คนรวย จนในทันที และ ก็ทำให้คนธรรมดา รวยแบบรวดเร็ว

ดังนั้น วิกฤต มันไม่ใช่สิ่งที่คนตัวเล็กๆ จะต้องต้องกลัว คุณคิดถึงหลักของ Lose – Lose ซิ ..ถ้าวิกฤตมา คนมีเงินเยอะ เครียดกว่า ในขณะที่เราเงินไม่เยอะ เครียดน้อยกว่า ..เราต้องมองให้ออกว่า วิกฤตแต่ละครั้ง มันสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

อย่างในตลาดหุ้น เรื่องวิกฤตเป็นโอกาสนี่มันชัดเจนสุดๆ เพราะ ทุกครั้งที่มีข่าวร้ายมากๆ มีวิกฤต ทุกครั้งก็จะสร้างเศรษฐีใหม่ขึ้นมาทันที ..ดังนั้น การที่องค์กรใหญ่ๆ หรือ เศรษฐี เขามักจะกลัววิกฤต แต่เราต้องแตกต่าง เราต้องวางตัวเป็น Crisis Master ..ถ้าเราเป็นลูกจ้าง เราก็วางตัวในองค์กรเลยว่า “อะไรยากๆ ส่งให้กรูทำ” ช่วงแรกๆ เราอาจจะเละ สะบักสะบอม พอสมควร เพราะ ฝีมือยังอ่อนหัด

แต่เชื่อผมเถอะว่า ถ้าคุณเป็นคนที่รับแต่งานยากๆ งานวิกฤต งานที่คนอื่นไม่อยากเสี่ยงที่จะทำ ..มันก็เท่ากับว่า คุณรับโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตเข้ามาคุณนั่นเอง

แปลกไหมล่ะ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบงานยาก ไม่ชอบแก้ปัญหา ไม่ชอบวิกฤต ..ก็แปลตรงๆ ว่า คนส่วนใหญ่ไม่เคยรับโอกาสเข้ามาในชีวิตนั่นเอง

ดังนั้น คนที่ชอบนั่งบ่นว่า ตัวเองไม่เคยได้โอกาส ไม่เคยได้เวที ก็เพราะ คนเหล่านี้มัวแต่หนีงานยาก  หนีวิกฤตนั่นแหละ

จริงๆ วันนี้ผมมีแบบทดสอบความก้าวหน้าในอาชีพ และ ก้าวไกลในองค์กรมาให้ลองทำกันดู

หนึ่ง จง List ออกมา 5 อย่าง ที่คุณทำได้ แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่นทำไม่ได้ หรือ ทำสู้คุณไม่ได้ (แต่ต้องไม่ใช่คุณมโนเองนะ  ต้องเป็นสิ่งที่คุณโดดเด่นในสายตาคนอื่นๆจริงๆ 5 ข้อ)

สอง ผมเชื่อ ว่าคนส่วนใหญ่ไม่สามารถ List ออกมาได้ เพราะ การเป็นลูกจ้าง โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ มันเปลี่ยนให้เราเป็นเครื่องจักร เปลี่ยนให้หยุดคิด หยุดฝัน หยุดจินตนาการ แล้ววันดีคืนดี ก็มาบอกว่า “พวกคุณต้องคิดนอกกรอบ”

นายครับ ...นายทำลายจินตนาการตั้งแต่วันแรกที่ผมก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ แล้ววันนี้จะมาเรียกร้องความคิดสร้างสรรค์จากพวกผม ...ฮ่า ฮ่า โลกนี้ช่างตลกร้ายจริงๆ

คำตอบเดิมครับ ..ความคิดนอกรอบ ความแตกต่าง คุณพุ่งเข้าไปหาวิกฤต นั่นแหละ จุดเริ่มที่ดีของสิ่งใหม่ โอกาส และ จินตนาการ !!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท