
กลิ่นโกงไม่จาง
คราวที่แล้ว e-ช้าน...พูดถึงกลโกงในโครงการบ่อบำบัดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่าหมื่นกว่าล้าน...
โดย...e-ช้าน
คราวที่แล้ว e-ช้าน...พูดถึงกลโกงในโครงการบ่อบำบัดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่าหมื่นกว่าล้าน...ใครได้ติดตามเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ จะพบว่านักการเมืองได้วางแผนกันมาอย่างแยบยลเพื่อหาประโยชน์จากโครงการของรัฐ
แต่แล้วโครงการนี้ต้องถูกยกเลิกไปทั้งๆ ที่ใกล้จะแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน...ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างที่พอทราบกันไปแล้วว่ารัฐถูกบริษัทเอกชนฟ้องเรียกค่าเสียหายร่วม 9,000 ล้าน...เรียกว่าประชาชนผู้จ่ายภาษีต้องแบกรับความอัปรีย์ของนักการเมืองบางคน
ที่ e-ช้าน...ตั้งข้อสังเกตไว้ในตอนที่แล้วและขอยกมากล่าวถึงอีกรอบก็คือโครงการนี้มีการทำการศึกษามาอย่างดีว่าควรมีการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียทั้งสองฝั่งของกรุงเทพฯ คือทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก...ที่มีความผิดปกติก็คือ...เมื่อนักการเมืองตัดสินใจที่จะก่อสร้างเพียงฝั่งตะวันออก...ทำไมธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือเอดีบี...จึงไม่คัดค้าน
ที่น่าผิดหวังคือองค์กรระดับโลกหน่วยงานนี้กลับสนับสนุนการเดินหน้าโครงการที่ไม่ผ่านการศึกษาผลดีผลเสียเอาเสียดื้อๆ
ทางกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทำหน้าที่สอบสวนคดีนี้ถึงกับมึนตึ้บ...เพราะท้ายที่สุดกลับไม่สามารถเอาผิดอะไรได้กับเอดีบี เนื่องจากมีข้อตกลงระหว่างประเทศกำหนดไว้...ทำให้กรรมการบางคนถึงกับเสนอว่าควรหาทางแก้ไขกฎหมายในเรื่องนี้เพื่อเอาผิดแหล่งทุนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสนับสนุนโครงการ
ช่วงส่งท้ายปีเก่า e-ช้าน...ได้รับเอกสารร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เรื่องของเรื่องก็คือว่าผู้บริหารระดับสูงขององค์กรแห่งนี้ได้เสนอจัดตั้งบริษัทลูกของ กฟภ. เพื่อพัฒนาธุรกิจ โดยว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศึกษาการจัดทำแผน
ธรรมศาสตร์คงไม่รับรู้ถึงเจตนาการทำโครงการ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่พบว่า บริษัทที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ Power Premium มี กฟภ.ถือหุ้นต่ำกว่า 50% มีหน้าที่ผลิตไฟฟ้าขายให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
เท่ากับว่ารายได้จากการขายไฟฟ้าในส่วนนี้ของบริษัทแม่จะหายไปหรือไม่...และรัฐกำลังจะเสียประโยชน์จากการทำโครงการนี้ เพราะดูรายละเอียดยังพบว่า การให้ กฟภ.ถือหุ้นน้อยกว่า 25% ทำให้โครงการไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาถือเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย
ไม่ใช่ e-ช้าน...จงใจจะให้ร้ายผู้บริหารระดับสูงของ กฟภ. แต่คนที่เอาเรื่องนี้มาบอกย้ำ...ผู้บริหารคนหนึ่งที่กำหนดเกษียณอายุจะออกไปนั่งอยู่ในบอร์ดของบริษัทลูกที่ว่านี่แหละ...โอ้ว...ถ้าวางแผนหาประโยชน์กันแบบที่ว่านี้ รัฐวิสาหกิจแห่งนี้เสียหายแน่
ว่ากันว่าวางแผนจะลงทุนผลิตมิเตอร์อัจฉริยะ 26 ล้านเครื่องทั่วประเทศ มูลค่า 1.3 แสนล้านเลยทีเดียว
คสช.ทราบเร่ื่องนี้แล้ว...และกำลังหาทางสอยผู้บริหารคนที่ว่า...ได้ความคืบหน้าอย่างไร e-ช้าน...จะเอามาเล่าอีกรอบละกัน







