
เรื่องของคนดี
ช่วงนี้ “ลุงตู่” กำลังยิ้มหน้าบาน เพราะเข้าช่วงเทศกาลปีใหม่ เสียงวิจารณ์ก็น้อยลงเรื่อยๆ มีแต่คำอวยพร สรรหาภาษาดอกไม้มาส่งความสุขให้คุณลุงแทน
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง
ช่วงนี้ “ลุงตู่” กำลังยิ้มหน้าบาน เพราะเข้าช่วงเทศกาลปีใหม่ เสียงวิจารณ์ก็น้อยลงเรื่อยๆ มีแต่คำอวยพร สรรหาภาษาดอกไม้มาส่งความสุขให้คุณลุงแทน
ที่มีความสุขที่สุดคงหนีไม่พ้นคำชมของ “ป๋า” ว่าลุงตู่ทำหน้าที่ “รัฐประหาร” ได้อย่างยิ่งใหญ่ สมกับการเป็นชายชาติทหาร มิหนำซ้ำยังทำให้คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ
เมื่อป๋าเอ่ยปากชม บิ๊กตู่ก็เบาใจไปได้เปลาะหนึ่งว่า องคาพยพที่กำลังทำหน้าที่หลังยึึดอำนาจทั้งหมดจะทำหน้าที่ตามโรดแมปโดยโรยด้วยกลีบกุหลาบ
นอกจากป๋าจะเชียร์แล้ว เรายังได้เห็นอาเสี่ยใหญ่ รวยอันดับต้นๆ ของประเทศเกาะติดทุกครั้งเวลาลุงออกงานสังคม ปาฐกถาให้นักธุรกิจฟัง
สะท้อนชัดว่าการบริหารอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ คสช.ถูกใจทุกชนชั้นนำในสังคมไทย จนทุกฝ่ายพากันซูฮก
กระนั้นเอง สิ่งที่น่าตั้งคำถามก็คือ ในขณะที่ทั้งป๋า ทั้งพ่อค้าพากันให้กำลังใจลุงตู่นั้น ประชาชนคนเดินถนนทั่วไป คิดเห็นอย่างไรกับ คสช.
เพราะต้องไม่ลืมว่าตลอด 7 เดือนของการบริหารราชการแผ่นดินนั้น สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “กฎอัยการศึก” ยังคงครอบความคิดเห็นของประชาชนให้ทำหน้าที่ได้เพียงพยักหน้าหงึกๆ กับสิ่งที่ คสช.ทำเท่านั้น ไม่อนุญาตให้คิดต่าง
นอกจากจะไม่ให้คิดต่างแล้ว กลไก คสช.อย่างกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กลับ “ทำหมัน” อำนาจประชาชนเบ็ดเสร็จ โดยลดทอนทั้งจำนวน สส.-ครม. ที่มาจากประชาชน ให้เหลือน้อยลง ซ้ำยังต้องผ่านการร่อนตะแกรงจากคนดีที่เรียกว่า “สมัชชาคุณธรรม” มาช่วยคัดกรองอีกชั้น
ขณะที่ สว.ก็เช่นกัน ทีมงานคนดีเล่นตัดอำนาจของประชาชนในการเลือกตั้งออกไปโดยสิ้นเชิง ด้วยการให้ “ชนชั้นนำ” ในสังคมไทย 5 กลุ่ม ทั้งอดีตผู้นำเหล่าทัพ อดีตข้าราชการ อดีตผู้นำประเทศ อดีตผู้พิพากษา ฯลฯ ร่วมกันคัดเลือก
พร้อมกับให้บทบาท สว.ที่มาจากการสรรหาล้นฟ้า ทั้งเสนอกฎหมาย ตรวจสอบประวัติ ครม.และเป็นผู้ตั้งกลไกสมัชชาคุณธรรมอีกด้วย
นี่ยังดีเพราะเรื่องที่บอกว่าที่มานายกฯ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งนั้น ถูกตีกลับไปพิจารณาใหม่แล้ว หลังเกิดเสียงวิจารณ์หนักว่าจะสร้างวิกฤต มากกว่าจะแก้วิกฤต
แต่คำถามสำคัญที่จะระงมหลังจากนี้ก็คือ ฟันเฟืองที่จะมีส่วนสำคัญในการบริหารประเทศหลังจากนี้ เป็นตัวแทนของประชาชน หรือเป็นตัวแทนของชนชั้นนำ นักธุรกิจ ที่นับถือกันเองว่าเป็น “คนดี”
หากการปฏิรูปในนิยามของลุงตู่ คือการจำกัดอำนาจประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ให้เหลือเพียงแค่ต้องก้มหน้าก้มตารับชะตากรรม และทำหน้าที่พลเมืองดีตามค่านิยม 12 ประการ เท่านั้น ก็สะท้อนชัดว่าโจทย์ของการรัฐประหารครั้งนี้คือการขยายอำนาจให้คนดีได้มีที่ยืนมาขึ้นเท่านั้น
ส่วนคนไม่ดี อย่างพวกผมหรือคนไทยอีกหลายล้านคน ก็ไม่ควรจะมีอำนาจอะไรมาก เพราะปล่อยให้มีสิทธิมีเสียงมาก เดี๋ยวก็มีปัญหาอีก!







