
ตลาดหุ้นเงียบส่งท้ายปี
ตลาดหุ้นไทยส่อแววเงียบส่งท้ายปีเก่า เหตุผู้ลงทุนโดยเฉพาะต่างชาติ ทยอยหยุดพักผ่อนประจำปีตั้งแต่คริสต์มาสต่อเนื่องปีใหม่
โดย พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในเดือน ธ.ค.ถึง 2.85 หมื่นล้านบาท เมื่อกลุ่มนี้ทยอยออกจากตลาดไปเกือบหมดแล้ว แรงขายต่างชาติจึงเริ่มซาลงตั้งแต่วันคริสต์มาส
ด้านนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิในเดือน ธ.ค.ถึง 2.3 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเงินที่ไหลเข้ากองทุน LTF และ RMF รวมถึงทริกเกอร์ฟันด์กองใหม่
ในช่วง 2 วันทำการที่เหลือยังคงมียอดซื้อ LTF และ RMF ไหลเข้า อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ซื้อหุ้นเพิ่ม แต่เลือกที่จะกันสำรองเงินสดไว้รอการไถ่ถอนกองทุน LTF, RMF ช่วงต้นปี 58
ผู้ซื้อ LTF เมื่อปี 54 มีต้นทุนเฉลี่ยที่ดัชนีหุ้นราว 1000 จุด การถือครองครบ 5 ปีปฏิทิน จึงให้ผลตอบแทนเมื่อรวมเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ไม่รวมสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้ไปก่อนหน้านี้ นับว่า น่าพอใจมากๆ จึงอาจมีนักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร
สำหรับนักลงทุนระยะยาว การถือครองครบ 5 ปี ไม่ใช่ประเด็นสำคัญต่อการตัดสินใจ น้ำหนักหลักน่าจะไปอยู่ที่เป้าหมายการลงทุน หากเป็นกลุ่มลงทุนระยะยาว หุ้นยังคงเป็นสินทรัพย์ที่เด่นกว่าตราสารอื่น โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำติดดิน และมีแนวโน้มจะขยับขึ้นบ้างในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนโบรกเกอร์กลุ่มที่เป็นพอร์ตเทรดดิ้ง ส่วนใหญ่คงไม่ค่อยอยากถือหุ้นข้ามช่วงวันหยุดยาว
สรุปว่า การซื้อขายหุ้นของนักลงทุนทุกกลุ่มมีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ
ส่วนประเด็นว่า จะมีการทำราคาปิดเพื่อตกแต่งบัญชี (Window Dressing) หรือไม่นั้น เป็นประเด็น “คนพูด มักไม่ได้ทำ ขณะที่คนทำ มักไม่ได้พูด” ผมมองว่า คงมีความจำเป็นน้อย เนื่องจากดัชนีระดับปัจจุบันต่ำกว่าระดับปิดเมื่อสิ้นไตรมาส 3 เพียง 4.5%และขึ้นมา 16.3% จากสิ้นปี 56 เรียกว่า ผลงานปีนี้แค่เกาะดัชนีหุ้นก็อยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้แล้ว
ส่วนบริษัทโฮลดิ้งบางแห่งอาจทำราคาปิดหุ้นในกลุ่มที่ราคาตกต่ำ ประเด็นนี้อาจมีบ้าง แต่ไม่น่าจะทำให้ภาพตลาดหุ้นโดยรวมเพี้ยนไป โดยรวมดัชนีหุ้นมีแนวโน้มซบเซา คาดว่าจะแกว่งตัว โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1480-1487 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1510-1520 จุด เพื่อรอปัจจัยกระตุ้นตลาดใหม่ๆ
ตลาดหุ้นไทย เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน ยังไม่ใช่ตัวเลือกต้นๆ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเพื่อนบ้านทั้งปีนี้ และปีหน้า กระทบต่อศักยภาพในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน แต่ค่าพีอีของตลาดหุ้นไทยกลับเทรดสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเพื่อนบ้าน
ราคาน้ำมันที่ทรุดแรง ยังกระทบแนวโน้มกำไรหุ้นพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า ทำให้บริษัทที่พึ่งพิงเศรษฐกิจไทยเป็นหลักทยอยปรับลดมุมมองเชิงบวกในปี 58 ลง
จุดเปลี่ยนต่อการคาดการณ์แนวโน้มกำไร จากขาลงกลับเป็นขาขึ้น ในปี 58 อาจอยู่ที่ 1) การเร่งรัดการลงทุนในโครงการภาครัฐที่ปัจจุบันยังล่าช้า 2) การยกเลิกกฎอัยการศึก ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว และทำให้ตลาดมั่นใจต่อเสถียรภาพทางการเมืองมากยิ่งขึ้น 3) การชะลอการปรับขึ้นภาษีสำคัญ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม 4) จัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี 58 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอาจนำรายได้จากภาษีน้ำมันที่โยกมาจากกองทุนน้ำมัน 5) การฟื้นตัวของราคาพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ โดยเฉพาะข้าว และยางพารา เมื่อเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนดีขึ้น
ประเด็นข้างต้น มนุษย์ควบคุมได้แค่บางเรื่อง แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คงไม่ยากเกินความพยายามครับ
สุดท้ายขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพรัก จงดลบันดาลให้ทุกท่านมีแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ประสบความสำเร็จในการลงทุนตลอดปีใหม่ สวัสดีปีใหม่ครับ







