
ของดีมาแล้ว
การปฏิรูปการเมืองกำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้วจากการขับเคลื่อนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การปฏิรูปการเมืองกำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้วจากการขับเคลื่อนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ล่าสุด มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ 2 ประเด็น ก็คือ 1.กรรมาธิการยกร่างมีความเห็นว่า สส.ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรค
และ 2.จะให้ สส.มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 250 คน และแบบระบบสัดส่วน 200 คน รวม 450 คน
ทั้งหมดถือได้ว่าเป็นการเพิ่มความหวังในการปฏิรูปการเมือง
เพราะประเด็นสำคัญในการปฏิรูปการเมือง จะต้องเริ่มจากการแก้ไขระบบสถาบันการเมือง หรือ Form of Government ที่เป็นหัวใจสำคัญของการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง จากนั้นก็จะเป็นการปฏิรูปกฎหมายที่ใช้สำหรับการบริหารประเทศ
ปัญหาของรัฐธรรมนูญหลายฉบับที่ผ่านมา ก็คือ การเปิดช่องให้เกิดการผูกขาดอำนาจทางการเมืองโดยทุน เป็นต้นตอ เป็นรากฐานของปัญหานานัปการ
ทางแก้ไขก็ต้องเลิกเงื่อนไขการผูกขาดอำนาจทางการเมืองโดยทุน โดยเฉพาะการกำหนดให้ สส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง
ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ ปรมาจารย์ด้านกฎหมายมหาชน เคยพูดและเขียนหนังสือหลายครั้งว่า ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติให้ สส.สังกัดพรรคการเมือง ให้พรรคมีอำนาจปลด สส.ออกจากตำแหน่ง และให้นายกรัฐมนตรีมาจาก สส.เท่านั้น
บทบัญญัติดังกล่าว ทำให้พรรคการเมืองกลายเป็นองค์กรที่ีมีอำนาจสูงสุดในประเทศ คุมทั้งรัฐบาลและเสียงของ สส.ในสภา
สิ่งที่ตามมาก็คือบรรดาทุน ทั้งทุนท้องถิ่น ทุนระดับประเทศ จึงรวมตัวตั้งพรรคการเมือง กลายเป็นเจ้าของพรรคกุมอำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศ
เมื่อได้อำนาจมาแล้ว กลุ่มทุนจะแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ ทั้งการออกกฎหมาย ใช้นโยบายประชานิยมล่อลวง เพื่อให้กลับสู่อำนาจการเมืองอีกครั้ง ก่อให้เกิดการช่วงชิงอำนาจและสร้างความแตกแยกให้กับประชาชน
ข้อเสนอของกรรมาธิการยกร่างฯ ในประเด็น สส.ไม่สังกัดพรรค จึงเป็นการเกาถูกที่คัน
ส่วนข้อเสนออีกประการที่จะลดความสำคัญของ สส.พื้นที่ลง และเพิ่มจำนวน สส.สัดส่วน จะทำให้ลดการเผชิญหน้าในระบบเขตแบบเดิมที่แพ้ต้องคัดออก ขณะที่พรรคขนาดเล็ก ขนาดกลาง มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้นจากระบบ สส.สัดส่วน
แนวทางที่ออกมา จึงทำให้เริ่มใจชื้นขึ้นบ้างว่าบ้านเมืองเหมือนจะมีทางออก
เรียกได้ว่าปฏิวัติมาแล้ว ไม่เสียของ







