
ค่านิยมหลงยุค
ถามจริงๆ นะครับว่า ตั้งแต่คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดตัว “ค่านิยม 12 ประการ” เมื่อ 5 เดือนที่แล้วออกมา มีใครจำได้บ้างว่าค่านิยมข้อที่ 1-12 มีเนื้อหาอะไรบ้าง
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง
ถามจริงๆ นะครับว่า ตั้งแต่คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดตัว “ค่านิยม 12 ประการ” เมื่อ 5 เดือนที่แล้วออกมา มีใครจำได้บ้างว่าค่านิยมข้อที่ 1-12 มีเนื้อหาอะไรบ้าง
แน่นอนครับ ตัวผมเองท่องไม่ได้ และเท่าที่ถามคนรอบตัวส่วนมากก็ยังจำไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งก็น่าแปลกใจนะครับ เพราะ คสช.โหมโฆษณาผ่านทั้งบิลบอร์ดริมถนน ทำหนังสั้น ทำโปสเตอร์ติดลิฟต์สถานที่ราชการ ไปจนถึงการออกสปอตวิทยุทุกต้นชั่วโมง แบบเดียวกับที่เปิดเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” ก่อนหน้านี้
ที่เห็นจะจำค่านิยมได้ขึ้นใจ ก็มีแต่เด็กโรงเรียนประถม-มัธยม ที่ถูกกระทรวงศึกษาธิการปลูกฝังให้ท่องจำบรรจุในแบบเรียน แม้กระทั่งแต่งเพลงขึ้นมาใหม่เพื่อให้นักเรียนสอบขับร้องเก็บคะแนน ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้วพวกเขาจะยังจำค่านิยมเหล่านี้ได้อยู่ไหม และที่สุดแล้ว การบังคับให้คนไทยต้องทำตามค่านิยมของท่านผู้นำจะมีประโยชน์อะไรบ้าง
ด้วยความล้มเหลวนี้ล่ะมั้งครับ กระทรวงไอซีทีที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงต้องจัดซื้อจัดจ้างทำสติ๊กเกอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ด้วยงบประมาณสูงถึง 7.1 ล้านบาท เพื่อให้พี่น้องชาวไทยดาวน์โหลดฟรี อย่างไรก็ตาม ใน 7.1 ล้านบาทเอง มีเงื่อนไขคือ ไลน์กำหนดระยะเวลาการใช้งานไว้แค่ 6 เดือน ก่อนที่จะลบสติ๊กเกอร์นี้ออก และปล่อยให้มีสติ๊กเกอร์ใหม่เข้ามาแทน
เสียงวิจารณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ การตำหนิว่าการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลผ่านกระทรวงไอซีทีครั้งนี้ ขัดแย้งแม้กระทั่งข้อ 11 ในค่านิยม 12 ประการ ซึ่งว่าด้วยการดำรงตนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง!
อันที่จริงผมไม่มีปัญหาหรอกนะครับ ถ้าคุณประยุทธ์เป็น ผบ.ทบ. แล้วสั่งให้นายพล นายพัน ทหารเกณฑ์ต้องท่องคำขวัญของท่าน แต่การยึดอำนาจการบริหารประเทศ แล้วใช้งบประมาณและทรัพยากรรัฐ เพื่อปลูกฝังค่านิยมของตัวเองที่คิดว่าสมาร์ทสุดๆ ผ่านทุกส่วนราชการเพื่อตอกย้ำค่านิยม “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย” ผมว่ามันเกินความจำเป็นไปมาก
ยิ่ง คสช.เรียกกลุ่มนักเรียนที่คัดค้านการท่องจำแบบนี้ไปปรับทัศนคติในค่ายทหาร ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าท่านผู้นำและคณะต้องการสร้างค่านิยม 12 ประการให้เป็นสิ่งสูงสุด ห้ามเถียง ห้ามค้าน ห้ามสงสัย ใครหน้าไหนที่ค้านจึงจำเป็นต้องปรับทัศนคติ
ที่ย้อนแย้งกว่านั้นคือ ท่านนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งก็เป็นทหารด้วยกันทั้งคู่ ย้ำนักย้ำหนาว่าอยากให้เด็กไทยคิดได้ คิดเป็น แต่การกระทำที่ผ่านหน่วยงานราชการ ตลอดจนคนรอบตัว กลับมีแต่การให้ท่องจำค่านิยมซ้ำไปซ้ำมา โดยที่ห้ามแม้กระทั่งการตั้งคำถามว่า นอกเหนือจาก 12 ข้อนี้แล้ว เด็กไทยคิดต่าง หรือคิดอย่างอื่นบ้างได้หรือไม่?
ถ้ายังคิดแค่ว่า “ความรักชาติ” ต้องผูกขาดเฉพาะค่านิยม 12 ประการ และการเป็น “คนดี” ต้องเชื่อฟังคำขวัญของท่านผู้นำเท่านั้น สังคมนี้ก็คงไม่ต่างกับโรงงานผลิตหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ ที่มุ่งแต่ให้คนรุ่นใหม่ ต้องทำตามโปรแกรมที่คนรุ่นเก่าหน้าเดิม ป้อนไว้ให้ทำตามเพียงอย่างเดียว







