
ไล่แก้ตามปัญหา
รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับของไทย สะท้อนถึงเหตุการณ์บ้านเมืองและความสัมพันธ์อำนาจในแต่ละยุคสมัย
โดย...พะนะท่าน
รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับของไทย สะท้อนถึงเหตุการณ์บ้านเมืองและความสัมพันธ์อำนาจในแต่ละยุคสมัย
วันนี้เรากำลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ในระบอบประชาธิปไตยที่มีอายุ 82 ปี นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475
เฉลี่ยแล้วประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ทุกๆ 4.1 ปี
ย้อนไปดูรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 โจทย์ใหญ่มาจากปัญหาการเมืองไทยขาดเสถียรภาพ เพราะเราได้รัฐบาลผสมอยู่กันแค่ 1-2 ปีก็ยุบสภา เกิดปัญหาคอร์รัปชั่น ซื้อสิทธิขายเสียง นักการเมืองเข้ามาถอนทุน
สภาร่างรัฐธรรมนูญขณะนั้นที่มาจากตัวแทนประชาชน ต้องการให้การเมืองไทยเข้มแข็ง เลยคิดโมเดลให้รัฐบาลอยู่ได้นานและเพิ่มมาตรการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยประชาชน ให้เกิดความสุจริตโปร่งใส สร้างองค์กรอิสระมาถ่วงดุลฝ่ายการเมืองไม่ให้ใช้อำนาจมิชอบ ขยายสิทธิ เสรีภาพ การมีส่วนร่วมของพลเมือง
แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญตอนนั้นก็ไม่คิดว่าจะมีนายทุนอย่าง ทักษิณ ชินวัตร เข้ามา เลยได้ใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ 2540 เต็มๆ
รัฐบาลเข้มแข็งเกินไปจนเกิดการ “แทรกแซง-แทรกซื้อ” องค์กรอิสระ เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2540 จึงถูกทำลายไปสิ้น
มาถึงรัฐธรรมนูญ 2550 ยุค คมช. ที่ร่างหลังการปฏิวัติของ คมช. มุ่งหวังขจัดพฤติกรรม “ระบอบทักษิณ” ผู้ร่างจึงสร้างมาตรการตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้นเป็นฉบับ “ตุลาการภิวัตน์” เพราะไปดึงตุลาการเข้ามาตั้งองค์กรอิสระ ตัดทอนอำนาจประชาชนบางส่วน เช่น ลดจำนวน สว.เลือกตั้ง แบ่งมาเป็น สว.สรรหา
เรียกว่า ล้างโจทย์เดิมของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 เพราะไม่ต้องการเห็นการเมืองเข้มแข็งเกินไปจนเกิดการรวบอำนาจ
ผลของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นยาแรงจนสั่นสะเทือนวงการเมือง มีการยุบพรรค เกิดคดีความมากมายกับนักการเมืองมิชอบ ระบบการเมืองอ่อนแอ แต่อีกด้านขบวนการการเมืองภาคประชาชน กปปส. เสื้อแดง เติบโตขึ้นจากสิทธิเสรีภาพประชาชนที่เบ่งบาน ชนชั้นกลางขยายตัว ผู้คนตื่นรู้ ถึงขั้นมีคนยอมตายเพื่ออุดมการณ์การเมือง!!
มาที่รัฐธรรมนูญฉบับที่ท่าน สปช.กำลังเขียน จะเห็นโฉมในปี 2558 โจทย์หนึ่งยังหนีไม่พ้น จัดการกับระบอบทักษิณที่วนเวียนมากว่า 10 ปี
สูตรต่างๆ ที่เสนอกันมา พอเห็นเค้าลางกับปรัชญาการร่างรัฐธรรมนูญในยุค คสช. ลดทอนความเข้มแข็งของฝ่ายการเมือง เช่น สส.ไม่ต้องสังกัดพรรค ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในสถาบันการเมืองเพื่อถ่วงดุลกับ สส.-สว. ไม่ให้มีอำนาจมาก เช่น อาจมีสภาประชาชน ส่วนองค์กรอิสระคงต้องเสริมเขี้ยวเล็บหนักขึ้น
กฎหมายสูงสุดของประเทศถูกแก้บ่อยจนขาดความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดกติกา เขียนบทลงโทษ บังคับใช้ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม แต่ที่ผ่านมาผู้บังคับใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม บิดพลิ้วเจตนารมณ์ เลยต้องมานั่งไล่รื้อแก้กฎหมายไปตามสภาพปัญหาไม่จบสิ้น







