แจกที่ดินต้องยั่งยืน

วันที่ 08 ธ.ค. 2557 เวลา 09:13 น.
โดย...ปริญญา ชูเลขา

นโยบายรัฐบาลเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกิน 5.3 หมื่นไร่ ใน 4 จังหวัดนำร่อง คือ เชียงใหม่ มุกดาหาร นครพนม และชุมพร แก่ประชาชนจำนวน 1 หมื่นคนที่ยากไร้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2558 ถือว่าเป็นนโยบายที่ดี แต่ต้องระมัดระวังในแนวทางการปฏิบัติ โดยเฉพาะการใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ที่ดิน

เหตุผลที่รัฐบาลใช้ระบบสหกรณ์เพราะรัฐบาลไม่อาจจะแจกที่ดินด้วยการให้สิทธิส่วนบุคคลกับประชาชนได้ทุกคน เพราะที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด และหวั่นเกรงการปล่อยขายสิทธิต่อนายทุน และที่ดินที่รัฐบาลเตรียมจัดสรรจะมาจาก 3 แหล่ง คือ 5,000 ไร่ พื้นที่รัฐที่ว่างเปล่า 4.5 ล้านไร่ พื้นที่รัฐที่มีการบุกรุก และ 14 ล้านไร่ พื้นที่รอการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ ขณะที่มีคนจนที่ขึ้นทะเบียนกระทรวงมหาดไทย รอคิวการจัดสรรที่ดินมีราว 1.6 ล้านคน

การใช้ระบบสหกรณ์เข้ามาบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน ย่อมต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สิทธิ ให้ความรู้ความเข้าใจในการร่วมใช้ประโยชน์ ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ความเข้มแข็งของชุมชนในการรวมกลุ่ม เพราะไม่ใช่แค่จัดสรรที่ดินไปแล้วจบ จึงต้องมีกระบวนการติดตามตรวจสอบตามมาว่าที่ดินที่กระจายไปแล้วได้ใช้ประโยชน์จริงหรือไม่ นำมาแก้ไขปัญหาความยากจนได้จริงหรือไม่ รวมถึงรัฐบาลต้องส่งเสริมการประกอบอาชีพบนผืนดินที่ประชาชนได้รับด้วยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น จึงทุบโต๊ะว่าเพื่อความยั่งยืนของนโยบายการกระจายที่ดินแก่คนจนที่ไร้ที่ดินทำกินของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กับการให้ความรู้หรือคู่มือสร้างมูลค่าให้กับประชาชน และที่สำคัญจะต้องดำเนินการให้เกิดความโปร่งใส่และสามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ที่ดินไปอยู่ในมือของนายทุน ถ้าทำได้เช่นนี้ถึงจะเรียกว่าประสบผลสำเร็จและช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง