
จุดยืนนิรโทษ
แม้จะเป็นเหมือนการโยนหินถามทางสำหรับข้อเสนอของอนุกรรมาธิการ (กมธ.)
โดย...ปริญญา ชูเลขา
แม้จะเป็นเหมือนการโยนหินถามทางสำหรับข้อเสนอของอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 10 ที่มี เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานอนุ กมธ.ชุดดังกล่าวโยนข้อเสนอต่อสังคมให้มีการนิรโทษกรรมคู่ขัดแย้งทางการเมืองทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองเพื่อสร้างความปรองดอง
ยิ่งได้ฟังคำกล่าวของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ยืนยันว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จะเป็นฉบับแรกที่มีหมวด 4 ที่ว่าด้วยการปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำในสังคมและการสร้างความปรองดอง ถือเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ดังนั้นการนิรโทษกรรมย่อมมีแนวโน้มความเป็นไปได้สูง
ขณะที่กระแสสังคมมีทั้งเสียงตอบรับและคัดค้าน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกฝ่ายมองเห็นตรงกัน คือ การนิรโทษกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่จะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญโดยตรง หรือออกเป็นกฎหมายเฉพาะ เพราะหากออกเป็นกฎหมายเฉพาะทางรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องเป็นฝ่ายผลักดันและพิจารณา ซึ่งต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ
โดยเฉพาะประเด็นอ่อนไหวเปราะบางทางการเมือง อาทิ คดีที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของบรรดาแกนนำการชุมนุม คดีอุกฉกรรจ์ที่เกี่ยวกับการฆ่า ทำร้ายร่างกาย หรือทำลายทรัพย์สินทั้งในส่วนของทางราชการหรือเอกชน รวมถึงคดีทุจริต หรือคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ที่อาจต้องแยกออกมาพิจารณาต่างหาก
จึงทุบโต๊ะว่า การนิรโทษกรรมถือเป็นเรื่องที่ดีต่อการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ แต่รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าจะเลือกแนวทางใด
เพราะหากนิรโทษกรรมแบบสุดซอยโดยไม่แยกแยะย่อมเกิดกระแสต้าน หรือนิรโทษแบบครึ่งซอย เฉพาะคดีความทางการเมืองที่ไม่ร้ายแรงย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายยอมรับได้







