
ภาษีที่ดิน...จัดไป
รัฐบาลผลักดันภาษีมรดกมาครึ่งทางแล้ว โดยที่เหลือคือการนำเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลผลักดันภาษีมรดกมาครึ่งทางแล้ว โดยที่เหลือคือการนำเสนอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. โดยคาดหวังว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในระยะเวลา 6 เดือน
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ในปีภาษีหน้าจะมีการเก็บภาษีมรดกกันแล้ว ถ้าไม่มีเหตุการณ์พลิกผันทางการเมืองเสียก่อน
และถ้าจำกันได้ ร่างกฎหมายภาษีที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายสำคัญและจะผลักดันให้สำเร็จนอกเหนือภาษีมรดกก็คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ความจริงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ถือเป็นภาษีทางตรง และมีประโยชน์ต่อระบบภาษีมากกว่าภาษีมรดก
สาเหตุเนื่องจากการจัดเก็บภาษีจะจัดเก็บได้ง่ายกว่า รวมถึงทำให้มีเงินงบประมาณเข้ามามากกว่าภาษีมรดกอย่างเทียบกันไม่ได้
แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังไม่สามารถผลักดันภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ก็คือ ฐานข้อมูลภาษีที่มีความเหลื่อมล้ำกันของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ
เพราะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเก็บภาษีทั้งจากมูลค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการใช้ประโยชน์ อาทิ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เป็นที่พักอาศัย ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ฯลฯ โดยอัตราภาษีแต่ละประเภทแตกต่างกัน
ทั้งหมดจึงจำเป็นต้องมีระบบการคิด หรือคำนวณภาษีที่เหมือนๆ กัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดช่องโหว่ให้หลบหรือเลี่ยงภาษีอย่างง่ายดาย
และแน่นอน ช่องโหว่ของราคาประเมินภาษียังเป็นการเปิดทางสำหรับการทุจริต จากการใช้ดุลพินิจที่ไม่มีมาตรฐานอ้างอิง
เดิมภาษีที่ดินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะเป็นผู้ประเมินและจัดเก็บ แต่ในร่างภาษีฉบับใหม่จะให้มีคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้ประเมินราคา จากนั้นจะส่งให้คณะกรรมการกลางฯ ระดับประเทศเป็นผู้ประกาศอัตราภาษีในแต่ละพื้นที่ โดยให้ อปท.เป็นผู้จัดเก็บเหมือนเดิม
เท่าที่มีการประเมิน หากจะรอให้กระบวนการประเมินภาษีเสร็จสิ้นแล้วค่อยผลักดันร่างกฎหมาย ก็เห็นทีจะไม่ทันระยะเวลาของรัฐบาล รวมถึงสภาชุดนี้
แนวทางที่ออกมาก็คือ จะมีการผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปก่อน จากนั้นมีบทเฉพาะกาล หรือระยะเวลาสำหรับการจัดทำฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในภายหลังตามที่กำหนด อาทิ ภายใน 6 เดือน หรือ 1 ปี หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
ใครมีที่ดินก็คงต้องเตรียมพร้อมให้ดีสำหรับกฎหมายใหม่ที่จะมาแน่เป็นอันดับถัดไป
เพียงแค่ว่าจะมีผลบังคับใช้จริงในปีหน้าหรือปีโน้นเท่านั้้นเอง







