
สลึงกู้ชาติ
รัฐบาลกำลังทำสิ่งที่จำเป็นและสร้างประโยชน์ระยะยาว นั่นคือ การปัดฝุ่น โครงการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ขึ้นมาอีกครั้ง
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลกำลังทำสิ่งที่จำเป็นและสร้างประโยชน์ระยะยาว นั่นคือ การปัดฝุ่น โครงการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ขึ้นมาอีกครั้ง
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นเงินออมให้กับผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
รูปแบบกองทุนการออมแห่งชาติ จะคล้ายๆ กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นๆ โดยรัฐบาลจะออกเงินส่วนหนึ่ง ขณะที่ผู้ที่ต้องการออมเงิน จะออกเงินส่วนหนึ่งเพื่อให้มีเงินเก็บสำหรับใช้จ่ายเมื่อเกษียณอายุ
โครงการกองทุนการออมแห่งชาติ ถูกผลักดันตั้งแต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จนออกกฎหมายมีผลบังคับใช้ แต่ทว่าภายหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในชุดที่ผ่านมา โครงการกองทุนการออมแห่งชาติก็ถูกคว่ำไป
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาแทนก็คือ นโยบายประชานิยมสร้างหนี้สิน
รัฐบาลประชานิยม ก่อหนี้ภาครัฐ จากการขาดทุนสารพัดโครงการหาเสียง โดยเฉพาะการรับจำนำข้าวที่ยอดขาดทุนพุ่งสูงถึง 6 แสนล้านบาท
ในทำนองเดียวกัน ก็ออกนโยบายให้ประชาชนเป็นหนี้กู้เพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านหลังแรก รถคันแรก สร้างความเข้าใจผิดๆ ระหว่างการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่จำเป็นกับการกู้เงินเพื่อมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
ค่านิยมการออมในอดีต มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท ถูกทำลายลงไปอย่างราบคาบ
ผลของนโยบายส่งเสริมการสร้างหนี้ ทำให้หนี้ครัวเรือนทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศไปเรียบร้อย
ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาหนี้สินภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอย่างน่ากลัว โดยเมื่อต้นปี 2552 หนี้สินภาคครัวเรือนเคยอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านล้านบาท ก็เพิ่มเป็น 9.79 ล้านล้านบาท ในขณะนี้ โดยเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ หนี้ของครัวเรือนทะยานถึงมาถึง 82.3% ของขนาดเศรษฐกิจ จากเดิมเคยอยู่ที่ระดับ 56.5%
หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้น หลักใหญ่ใจความก็เอาไปซื้อสินค้าที่ใช้แล้วหมดเปลือง คือ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
ทางรอดของบ้านเมืองก็คือ จะต้องสร้างค่านิยมการออม หยุดค่านิยมฟุ่มเฟือย พอแล้วกับมนต์มายาที่ล่อลวงด้วยการก่อหนี้
รีบทำเถิดก่อนจะสายเกิน
ให้เงินสลึงพึงบรรจบ กลับมาสร้างชาติกันอีกครั้ง







