
วิ่งไม่ทันปฏิรูป
บรรยากาศการเมืองตอนนี้ เปรียบได้กับเทศกาลวิ่งแข่ง เนื่องจากมีผู้เล่นหลายสายแสดงเจตจำนงลงสนามมากมาย
โดย...ขำ เคืองใจ
บรรยากาศการเมืองตอนนี้ เปรียบได้กับเทศกาลวิ่งแข่ง เนื่องจากมีผู้เล่นหลายสายแสดงเจตจำนงลงสนามมากมาย
แว่วมาว่าวันนี้ ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องเรียกหัวหน้าทีมแม่น้ำห้าสายมาหารือโรดแมปยกร่างรัฐธรรมนูญกันให้ชัดอีกรอบที่เซฟเฮาส์เกษะโกมล แบบว่าขออัพเดทสถานการณ์ ใครทำอะไรไปถึงไหน คสช.จะได้เกาะขบวนไปด้วย...คริคริ
กล่าวแบบนี้เพราะสถานการณ์ไปไวเหลือเกิน สภาปฏิรูปก็ดี กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญก็ดี กำลังจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทว่าภาพระดมความเห็นจะงดงามประหนึ่งเหมือนอยู่ในบรรยากาศประชาธิปไตยได้นั้น ก็มีเสียง ดังๆ จากผู้เล่นเรียกร้องให้ คสช.ผ่อนปรนกฎอัยการศึกบ้าง เปิดไฟเขียวให้ประชุมพรรคบ้าง จัดเวทีภาคประชาชน ภาคสื่อมวลชนบ้าง
ขณะที่ท่านนายกฯ ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้แต่แถลงย้ำ “คสช.ไม่ได้ปิดกั้นเสรีภาพ ใครต้องการแสดงความเห็นปฏิรูปประเทศให้ส่งหนังสือมา คสช.จะพิจารณาเป็นกรณีไป”
ขำ เคืองใจ ว่า คำพูดกับการกระทำไม่ได้ไปด้วยกัน แถมกำลังเกิดความสับสนอลหม่าน ต้องหาจุดให้ลงตัวเหมือนกัน จะเอาไงแน่
เพราะระหว่างที่ สปช. กมธ.รธน. เตรียมเดินสายรับฟังความเห็น ปรากฏอีกฟากหนึ่งกำลังลงแข่งเดินทนเรียกร้องเรื่องปัญหาที่ดินบ้าง ปฏิรูปพลังงานบ้าง ล่าสุดอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ นั่งประท้วงหน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อต้านการสร้างเขืื่อนแม่วงก์
นี่ยังดีที่ไม่ได้ประท้วงเกินห้าคน เดี๋ยวจะขัดกฎอัยการศึกอีก แต่ที่ปักหลักอยู่อย่างนั้นอดเสียวไส้ไม่ได้เหมือนกัน จะมีทหารเชิญตัวท่านอาจารย์ไปนั่งพักในค่ายทหารหรือเปล่า...เหอเหอ
ถึงได้บอกว่า เกิดการเคลื่อนไหวมากมิติ หลากกรณีปัญหาในหลายจุดด้วยกัน แต่รัฐบาล คสช. ตะพึดตะพือสั่งห้ามลูกเดียว ด้วยการอ้างอยู่ในช่วงประกาศกฎอัยการศึก เลยลุกลามไปหมดท่ามกลางคำถามว่า ตกลงการรับฟังความคิดเห็นที่ถูกต้องเป็นอย่างไรกันแน่ การแสดงพลังรณรงค์เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติผิดใช่ไหม หรือแม้แต่สื่ออุตส่าห์ช่วยนำเสนอการปฏิรูปโดนหางเลขไปด้วย ทั้งหมดถูกตีความเป็นการเคลืี่อนไหวสร้างความวุ่นวาย “ผิดหมดเลย”
ตอนนี้นักกีฬาสังกัด คสช.ภายใต้การนำของหัวหน้าทีม พล.อ.ประยุทธ์ กำลังตามไม่ทันสถานการณ์ ถ้าจะให้ดี คสช.ควรเรียกประชุมปรับกลยุทธ์กันใหม่ดีไหม
จัดทีมชี้แจง กำหนดคณะตีความอะไรทำได้ไม่ได้ กรณีไหนควรยืดหยุ่น เช่น กลุ่มที่มีเจตนาเสนอความเห็นปฏิรูปด้านต่างๆ จะปิดกั้นทำไม ส่วนประเภทปลุกระดมสร้างความปั่นป่วนบ้านเมือง จาบจ้วงสถาบัน เออ! อย่างนี้สิชัดเจนทำไม่ได้ ต้องจัดการตามกระบวนการกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เรื่องแค่นี้อย่าให้บานปลายกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับเลย อีกทั้งบรรดาขุนทหารก็เรียกมาเป่ากระหม่อมปรับวิธีทำความเข้าใจกับสื่อสารมวลชน และภาคส่วนต่างๆ ให้ดีๆ
ปล่อยให้ช้าเกินการณ์ ระวังเถิดท่านประยุทธ์ จะวิ่งตามการปฏิรูปไม่ทันเสียเองนะครับ







