
อะไรคือคุณค่า
ดูเหมือนเรื่องเล็กๆ จากประเด็น "เหนียวไก่หาย" เพราะถูกหัวขโมยฉกไปจากหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน จ.สตูล
โดย...ทองพระราม
ดูเหมือนเรื่องเล็กๆ จากประเด็น "เหนียวไก่หาย" เพราะถูกหัวขโมยฉกไปจากหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน จ.สตูล กำลังทำชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่งกลายเป็นที่จดจำของสังคม
เรื่องนี้เกิดจาก น.ส.กนิษฐา จันทร์สว่าง หรือ "น้อง ไลล่า" ได้อัดคลิปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ หวังระบายความในใจถึงคนร้ายที่มาลักข้าวเหนียวไก่ทอดไป
ทำให้คลิปนี้ถูกแชร์กระหน่ำจนดังชั่วข้ามคืน เพราะด้วยความน่ารัก ใสซื่อ ไร้เดียงสา ของเด็กน้อย ซึ่งสื่อสารด้วยสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกกับท่าทางประกอบอันสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ติดตามได้
เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกกระจายออกสู่สังคมวงกว้าง ก็เกิดการเลียนแบบจากกลุ่มคนต่างๆ จนกลายเป็นที่ฟีเวอร์จนพูดปากต่อปากกลางวงสนทนาขณะนี้
แม้เรื่องดังกล่าวที่ถูกนำเสนอออกไป จะส่งผลให้ชีวิต น้องไลล่าได้รับการช่วยเหลือจากสังคม โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เดชรัฐ สิมศิริ ลงทุนปั่นจักรยานซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดไปฝาก เพื่อปลอบใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่เจ้าของร้านไก่ทอดเจ้าประจำของเด็กน้อย ได้มอบโบนัสพิเศษกินฟรีแบบไร้กำหนด หลังช่วยกระตุ้นยอดขายให้พุ่งกระฉูดเกินทะลุเป้า
อีกด้านหนึ่ง ผบก.ภ.จว.สตูล ได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวในจังหวัด เพื่อหาตัวคนร้ายขโมยข้าวเหนียวไก่ทอดมาดำเนินคดี
อีกทั้งเรื่องนี้ยังแผ่อานิสงส์ให้เด็กน้อยได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตวงการบันเทิง ด้วยการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับมือถือยี่ห้อหนึ่ง
หากมองเชิงบวกจะเห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างไม่ได้นิ่งนอนใจ แม้เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยก็ตาม เพื่อดูแลทุกข์สุขให้กับประชาชนทุกเพศทุกวัย
หากมองกลับกัน เรื่องนี้อาจอันตรธานหายไปตามกระแสสังคมเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เนื่องจากหมดความนิยม เช่นเดียวกับอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้น
ไม่เว้นแม้กระทั่งสื่อยักษ์ใหญ่หลายค่าย ต่างก็หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นนำเสนอ แต่คำถาม คือ "เหนียวไก่หาย" ให้อะไรกับสังคม มีคุณค่าของเนื้อหามากน้อยเพียงใด
เพราะยังมีอีกประเด็นซึ่งมองว่า เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม และเป็นเรื่องราวกระตุ้นสังคม อย่างเช่น ด.ช.รพีพัทธ์ รัตนเตมีย์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 จากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม
ที่กำลังถูกเผยแพร่บนสังคมออนไลน์ขณะนี้ ซึ่งได้แสดงพฤติกรรมอันควรเป็นแบบอย่างให้กับคนในสังคมได้ประพฤติปฏิบัติตาม คือ การลุกให้กับคนชราได้นั่งบนรถไฟฟ้า
ด้วยเหตุผลเนื่องจากครั้งหนึ่งเคยมีคนลุกให้นั่ง เลยอยากลุกให้คนอื่นนั่งบ้าง เพราะต้องการทำความดี ซึ่งปัจจุบันเรื่องลักษณะนี้พบเห็นได้ยากกับชีวิตคนเมือง
เพราะส่วนใหญ่ต่างใช้ชีวิตเพื่อตัวเองมากกว่าตอบแทนสังคม ดังนั้นเมื่อเทียบเรื่องราวระหว่างเด็กทั้งสองคน อะไรจะนับเป็นคุณค่าข่าวมากกว่ากัน
สื่อในฐานะนายทวารควรไตร่ตรองการนำเสนอข่าว เพื่อประเทืองปัญหาและกระตุ้นสังคม มากกว่าเรียกเรตติ้งไปวันๆ







