
ฟ้าผ่ารั้วปทุมวัน
คำสั่งแห่งประวัติศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการออกคำสั่งโยกย้ายเร่งด่วนในช่วงค่อนเช้ามืดเช่นนี้
โดย...สลาตัน
ฟ้าผ่ากลางรั้วปทุมวัน 04.00 น. กลางดึกค่อนเช้าวันที่ 12 พ.ย. นับเป็นเวลา "เชือด" เมื่อจรดปากกาของ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เซ็นต์ฉับในคำสั่งโยกย้่าย "เดอะกิ๊ก" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กระหน่ำต่อเนื่องในคำสั่งเดียวกันให้ย้าย "บิ๊กโก" พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก. เด็กในคาถาของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ให้เข้ากรุมาปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม มีผลทันที!!
พร้อมแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รักษาราชการแทนผบช.ก. ไปจนกว่าจะมีตำรวจนายใดเหมาะสมมาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้งานชะงัก ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป
คำสั่งแห่งประวัติศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่มีการออกคำสั่งโยกย้ายเร่งด่วนในช่วงค่อนเช้ามืดเช่นนี้ และกรณีนี้ ก็ถือเป็นการลุกจากเก้าอี้ "ผบช.ก." ของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่เจ้าตัวครองมายาวนานถึง 4 ปี หลังจากที่ได้สร้างบารมีมาอย่างยาวนานในตำแหน่ง สุดท้ายวัฏจักรของสีกากี แม้ว่ากำแพงที่พิงอยู่จะยิ่งใหญ่สักปานใด ก็ต้องถูกโยกย้ายได้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา
แต่น่าฉงนถึงสาเหตุการโยกย้ายเร่งด่วนครั้งนี้ เพราะเหตุผลจากปากของเบอร์หนึ่งแห่งรั้วปทุมวันอย่างพล.ต.อ.สมยศ บอกกับสื่อเพื่อส่งต่อไปยังคนขี้่สงสัยทั่วประเทศว่า "เพราะมีงานสำคัญรอให้ทำ และพล.ต.ท.พงศพัฒน์ กับพล.ต.ต.โกวิทย ก็มีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้" ก่อนเดินอ้าวๆ หนีนักข่าวเสียซะงั้น ไม่ได้คลายสงสัย ประชาชนก็ยิ่งคิดหนักมากกว่าเดิม
กระจอกข่าววิพากษ์กันสนุกปาก สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ไม่สนองงานได้อย่างเหมาะสมอีกแล้ว ภายใต้ยุคการขับเคลื่อนสีกากีของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เมื่องานไม่เข้าเป้า คนที่เหมาะสมจึงต้องเข้ามาแทน
รวมถึงว่าอำนาจที่ยาวนานกว่า 4 ปี ย่อมต้องได้เปรียบสะสมบารมีพวกพ้องไว้มากมาย เกรงว่าหากต่อไปการควบคุมบังคับบัญชาอาจมีปัญหา คำสั่งฟ้าผ่าจึงเกิดขึ้น
ถึงอย่างนั้นก็ตาม ด้วยที่ว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ 31 รุ่นเดียวกับผบ.ตร. ทั้งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ แต่ไม่วายก็ยังถูกคำสั่งอย่างเด็ดขาดให้ลุกจากอำนาจที่นั่งอยู่ได้แล้ว สลาตันเชื่อได้เต็มปาก งานนี้ในใจของตำรวจทั้งสองต้องมีคำว่า "เสียดาย"
เพราะอำนาจบารมีของบิ๊กตำรวจสอบสวนกลาง บัญชาการคุมทั้งกองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ ตำรวจรถไฟ ยังไม่นับแผนกอื่นๆ อีกมากโข เรียกว่ามีตำรวจวางกำลังไว้ทั่วประเทศ บารมีก็ต้องมากตาม หยิบจับอะไรก็สะดวก แต่มาถูกย้ายกันแบบนี้ คำว่า "เสียดาย" ข้างต้น อาจจะยังน้อยไป
ก็เอาเถอะ ถือว่า "เดอะกิ๊ก" และ "บิิ๊กโก" สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งตำรวจสอบสวนกลาง ก็นั่งในตำแหน่งและเก้าอี้มากบารมีแห่งนี้มาอย่างยาวนาน สร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติมาพอสมควร และเมื่องานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกลา เจ้าภาพคนใหม่ก็ต้องเข้ามาจัดการงานแทน อีกอย่าง ตำแหน่งหัวโขนไม่ติดตัวไปจนวันตาย
แต่ว่า เมื่อตำแหน่งว่างลง ใครล่ะเจ้าเข้ามานั่งเก้าอี้ ผบช.ก. แทน สอดส่องสายตาของสลาตันก็ไปมองเห็นคนนี้ "บิ๊กปู" พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อาจจะเป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามัน เดินข้ามแยกอังรีดูนังต์ ริมรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดประตูบช.ก.นั้งเก้าอี้ตัวนี้ก็เป็นได้ ด้วยว่ามากประสบการณ์ในบช.ก. เพราะเติบโตในอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในหน่วยนี้เป็นหลัก ความเหมาะสมชั่วโมงนี้คงยากจะมีใครเกิน
หากเป็นจริง ตาอยู่อีกคนอย่าง "บิ๊กนวย" พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็เตรียมสมใจหมาย ได้กลับมานั่งเก้าอี้ "น.1" อย่างที่วาดหวังไว้
ดูเหมือนการโยกย้ายชนิดที่ว่าฟ้าไม่แลบ ไม่ร้อง แต่ผ่าทันทีครั้งนี้ของแวดวงบิ๊กสีกากี หลายองค์ประกอบช่างประจบเหมาะให้ขยับตำแหน่งตามต้องการของเหล่าบิ๊กๆ ตำรวจเสียเหลือเกิน แต่เมื่อขยับกันสมอยากแล้ว อย่าลืมปัญหาของประชาชนด้วยล่ะครับท่าน ความเป็นอยู่ดีของท่านทั้งหลาย ประชาชนก็อยากอยู่สุขสงบไม่ต่างกัน







