
ผู้ใหญ่ใจดี
ดูท่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใต้การดูแลของคณะรักษาความสบแห่งชาติ
โดย...สันทัด กรณี
ดูท่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใต้การดูแลของคณะรักษาความสบแห่งชาติ ดูผ่อนปรนกับการสืบสาวราวเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสร้างความเสียหายกับประเทศกว่า 7 แสนล้านบาท
สนช.แต่เดิมขึงขัง จริงจังต่อกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานละเลยต่อหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริต โดยประกาศว่าจะเริ่มขึ้นในวันนี้ 12 พ.ย. ตอนนี้แพลมออกมา แบบปรองดอง ส่อเค้าให้เลื่อนออกไปก่อน ด้วยความเห็นอกเห็นใจ โดยยกเหตุเพื่อให้ความเป็นธรรม เนื่องจากคุณยิ่งลักษณ์เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงยังไม่ได้รับสำนวน ป.ป.ช. จาก สนช. ไปศึกษา ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้คุณยิ่งลักษณ์เต็มที่
ครับ ทางทีมทนายคุณยิ่งลักษณ์ขอเลื่อนออกไปอีก 30 วัน ก็ไม่ทราบว่า ผู้ใหญ่ใจดีใน คสช. จะส่งสัญญาณให้ สนช.อนุญาตให้เลื่อนออกไปอีกกี่มากน้อย
คิดแล้วก็ขำๆ ดี ประเทศเรา สำนวน ป.ป.ช.ในการชี้มูลความผิดคุณยิ่งลักษณ์โครงการรับจำนำข้าวนั้น ว่าไปแล้วเห็นกันหมดเปลือก และคุณยิ่งลักษณ์รวมทั้งทีมทนาย ล้วนเห็นและศึกษามาตั้งแต่ก่อนหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลุกขึ้นมาทำรัฐประหารรัฐบาล
อ้อ...เห็นและศึกษามาตั้งแต่ยังไม่มีการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซักกะคน (ฮา)
เฮ้อ...ผมเคยคุยเรื่องนี้กับท่านผู้อ่านว่า กระบวนการถอดถอนคุณยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และน่าจะมีการลากยาวเป็นมหากาพย์ เนื่องจากมันเป็นกระบวนการแห่งการต่อรอง มากกว่าการพิจารณาบนข้อมูลและข้อเท็จจริง
ดูกันไปครับ จะยืดเวลา จะลากยาวกันออกไป คุณยิ่งลักษณ์จะถูกถอดถอน หรือกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เห็นทีต้องติดตามดูกันเป็นระยะ แล้วเราก็ได้รู้กันว่า รัฐประหารเพื่อปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นไปในทิศทางไหน และสิ่งใดจะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้งในปี 2558-2559 ...ถ้ามี
ปัญหาการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่าไปแล้วก็น่าขำ รู้กันทุกหย่อมหญ้า มีการทุจริตมโหฬารในระดับที่ไม่เคยมีโครงการใดสร้างความเสียหายต่อประเทศมาก่อน จนวันนี้เรื่องราวที่เคยเดินหน้าเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เหมือนโดนพายุงวงช้างกระชากให้หยุด
ครับ นอกจากเรื่องถอดถอน ยังมีคดีอาญาที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคุณยิ่งลักษณ์ ฐานปล่อยให้เกิดการทุจริตมโหฬารในโครงการรับจำนำข้าว ตอนนี้เรื่องไปค้างที่สำนักงานอัยการสูงสุดหลายเดือน โดยทางคุณวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด (อสส.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่าย อสส. ยืนยันในการหารือทุกรอบว่า สำนวนคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้ยังไม่สมบูรณ์
ยังไม่มีข้อยุติว่าอัยการสูงสุดจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตรงนี้ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก เพราะถ้าบอกมาว่าจะไม่ฟ้องเพราะ 1...2...3... ทาง ป.ป.ช.จึงสามารถใช้อำนาจในการฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง
ครับ...ขออนุญาตมาเล่ามารายงาน และไม่ขอสรุป







