
ถึงคราวต้องช่วยกัน
งวดเต็มทีแล้ว สำหรับเส้นทางการปฏิรูปทางการเมือง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
งวดเต็มทีแล้ว สำหรับเส้นทางการปฏิรูปทางการเมือง
หัวใจสำคัญก็คือการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ครบ 36 คนเป็นที่เรียบร้อย
หลังจากนี้ก็เป็นเพียงกระบวนการตามกฎหมายในการลงนามแต่งตั้งคณะกรรมาธิการอย่างเป็นทางการ และเข้าสู่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
และทั้งหมดจะเป็นเครื่องชี้วัดถึงความสำเร็จ หรือล้มเหลว ในการปฏิวัติครั้งนี้
อย่าลืมว่าเงื่อนไขในการปฏิวัติเกิดขึ้นหลังจากการชุมนุมของประชาชนจำนวนมากมาย โดยมีจุดเริ่มต้นจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย
จากนั้นการชุมนุมก็เคลื่อนตัวไปสู่ข้อเรียกร้องในการปฏิรูปทางการเมือง
ประชาชนเรือนล้านออกมาเคลื่อนไหวกดดัน ก็เพราะมองเห็นว่าระบบการเมืองแบบเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ อันเนื่องจากระบบพรรคที่มีรากฐานจากทุนนิยม และขยายฐานเสียงด้วยระบบประชานิยม
แต่การเคลื่อนไหวทั้งหมดก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเผชิญกับการขัดขวาง จนสถานการณ์ยืดเยื้อ
ขณะเดียวกันเกิดการเคลื่อนไหวอีกด้านในการปลุกกระแสมวลชนขึ้นมาคัดค้าน จนสุ่มเสี่ยงเกิดม็อบชนม็อบ
ความรุนแรง การเสียชีวิตจากการชุมนุมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนบ้านเมืองใกล้ถึงทางตัน
ทหารจึงออกมาปฏิวัติ แยกทุกฝ่ายออกจากกัน
ทหาร Set Zero จัดเรียงบ้านเมืองเสียใหม่
กลไกต่างๆ ถูกจัดตั้งขึ้น แต่ที่เป็นหัวใจสำคัญก็คือการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั่นเอง
รัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นความหวัง เป็นคำตอบสำหรับการแก้ปัญหามากมาย โดยแม้จะไม่ใช่ยาวิเศษ หรือยาครอบจักรวาลที่จะแก้ไขปัญหาทุกประการได้สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ต้องสร้างเครื่องมือป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจทางการเมืองอย่างไร้ขอบเขต จนก่อวิกฤตแก่ประเทศอีก
นอกจากนั้น ยังต้องหาทางเปิดช่องให้คนดีเข้ามาสู่ระบบการเมืองด้วย
ถือเป็นความพยายามในการปฏิรูปทางการเมืองรอบที่ 3 ลองผิด ลองถูกกันอีกครั้ง หลังจากเริ่มต้นปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจังครั้งแรกในปี 2540
และแน่นอนว่า การร่างรัฐธรรมนูญก็คือการนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งภายในปีหน้า เป็นไปตามเส้นทางที่ คสช.กำหนดเอาไว้
อนาคตของบ้านเมืองจึงวางเดิมพันกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่จำกัดเฉพาะกรรมาธิการยกร่างฯ เท่านั้น
ต้องช่วยกันติดตาม และส่งเสียงดังๆ ว่าจะเอากันอย่างไร







