
เรตติ้งตก
ใครเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็คงน่าเห็นใจไม่น้อย จากสารพัดปัญหาถาโถมเข้ามา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ใครเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็คงน่าเห็นใจไม่น้อย จากสารพัดปัญหาถาโถมเข้ามา
ยิ่งทำ ยิ่งอยู่นาน ก็เหมือนกับเกิดอาการติดหล่ม ขยับไม่ออก
พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับต้องเอ่ยปากขอกำลังใจจากประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ กำลังเผชิญกับความเป็นจริง โดยเฉพาะจากอาการเบื่อสิ่งที่ซ้ำซาก จำเจ ของคนไทย
แรกๆ ช่วงปฏิวัติ อาการเห่อสีเขียวก็เกิดขึ้น เพราะความหวังว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น
แต่พอผ่านไปแค่ 5 เดือน อาการเบื่อก็เริ่มระบาด
เรตติ้งตัว พล.อ.ประยุทธ์ ลดลงอย่างชัดเจน ไม่ต้องไปสำรวจที่ไหน ถ้าใครติดตามดูรายการคืนความสุขให้คนในชาติแล้วก็จะรู้
หลังการปฏิวัติ รายการนี้ เรตติ้งวิ่งกระฉูด จากความต้องการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง
แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นรายการที่ดูบ้างไม่ดูบ้าง จนถึงขั้นเกิดเสียงบ่นอยากดูละคร
สาเหตุเนื่องจากรายการดังกล่าว จัดหนักถ่ายทอดทุกช่อง บางครั้งยิ่งจัดยิ่งยาว ดูไปดูมาเกือบ 2 ชั่วโมงเข้าไปแล้วก็ยังเห็นคนหน้าเดิมพูดไม่จบ
มิหนำซ้ำเนื้อหาก็ไม่ได้น่าสนใจทั้งหมด ด้วยเหตุผลที่ว่ามีความตั้งใจจะอธิบายทุกเรื่อง จนกลายเป็นมหกรรมดาวกระจาย จนชาวบ้านจับประเด็นสำคัญในแต่ละตอนไม่ค่อยได้
คนเลยเริ่มเบื่อ
ข้อมูลที่ชี้ชัดมาจากตัวเลขผลสำรวจ ผู้ชมทางช่อง 7 ของเอซี นีลเส็น ระบุว่า ช่วงปลายเดือน ก.ย.รายการคืนความสุขฯ เรตติ้งอยู่ที่ 9.0 แต่ในกลางเดือน ต.ค. กลับเหลือแค่ 7.3
หรืออีกช่องคือช่อง 9 เรตติ้งต้นเดือน ต.ค.อยู่ที่ 0.91 แต่พอถึงปลายเดือน ต.ค. ก็หล่นตุ๊บเหลือแค่ 0.51 หรือลดลงเกือบครึ่ง
หากยังเป็นแบบนี้ คืนวันศุกร์ 2 ทุ่มเป็นต้นไปอาจเป็นช่วงมหกรรมคนไทยร่วมใจประหยัดไฟแบบไม่น่าเชื่อ เพราะคนปิดทีวี เลิกดู
พล.อ.ประยุทธ์ จึงจำเป็นต้องปรับวิธีการสื่อสารกับประชาชนเสียใหม่ ไม่เพียงเฉพาะรูปแบบรายการการคืนความสุขฯ แต่รวมถึงกระบวนการสร้างภาพลักษณ์ในการทำงานของรัฐบาลด้วย
หัวใจสำคัญก็คือต้องกำหนดเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน ให้คนรับรู้ในประเด็นหลักๆ ที่ไม่ต้องมาก จนจำไม่ได้
ขณะเดียวกันต้องหาบุคคลอื่นที่มีความสามารถในการสื่อสาร พูดคุย สัมภาษณ์ในแต่ละเรื่อง ในแต่ละวันมากกว่านี้ ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์เหมาคนเดียว
ถ้ายังเป็นแบบเดิม ก็พึงระวัง เรตติ้งจะตกแบบไร้แนวรับ
แล้วต่อไปจะพูดชี้แจงอะไร อาจไม่มีใครสนใจรับฟังอีกเลย







