3ก๊กกระทรวงหมอ

วันที่ 28 ต.ค. 2557 เวลา 09:12 น.
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง

ศึกกระทรวงหมอยังวุ่นไม่เลิก หลัง หมอณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ออกมาซัดเข้าปลายคาง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งคุมเงิน 1.2 แสนล้านบาท ในกองทุน 30 บาทรักษาทุกโรคต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ หลังจากนั้นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดก็ออกมาพูดจาภาษาเดียวกัน อัดกองทุน สปสช.ยับไม่มีชิ้นดีระหว่างที่รัฐมนตรีทั้งสองลงพื้นที่ภาคใต้

เป็นผลพวงสำคัญหลังจากปลัดณรงค์เชิญผู้บริหาร สปสช. มาบ่นให้ฟังในที่ประชุมว่า บริหารเงินอย่างไร 12 ปีถึงได้ “สับสนอลหม่าน” ไปหมด

อันที่จริงไม่มีอะไรมากไปกว่าความขัดแย้งทางอำนาจระหว่าง 3 ก๊กในวงการหมอ

ก๊กแรก ได้แก่ ก๊กตระกูล ส. มีตัวละครสำคัญ คือ หมอสุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นรัฐมนเอก หัวหน้าทีม มีหมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วย เป็นรัฐมนโท และมี หมอรัชตะ รัชตะนาวิน เป็นรัฐมนตรี

สมาชิกกลุ่มนี้รวมถึงทีมที่ปรึกษารัฐมนตรี สปสช.และองค์กรตระกูล ส. ซึ่งเป็น Think Tank ให้กับรัฐมนตรี ทั้งแบบลับๆ และเปิดเผย

ก๊วนนี้แม้ในอดีตจะเป็นกำลังสำคัญของชมรมแพทย์ชนบท แต่ก็พยายามแยกตัวเด็ดขาดจากกลุ่มปัจจุบันที่ฮาร์ดคอร์เกินไปจนเสียภาพความเป็นกลาง เลยหันมาทำงานวิชาการป้อนเน้นภาพความสามัคคีปรองดอง (ซึ่งไม่เคยมีอยู่จริง) ต่อไป

ก๊กสอง ได้แก่ ก๊กสีกากี มี หมอณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ เป็นหัวหน้าทีม มีหมอวชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัด เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน รวมถึงมีข้าราชการเครือข่ายนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัด เป็นนักรบ

ก๊กนี้เปิดหน้าชกกับก๊กแรกโดยตรง ผ่านการปลุกใจในความภูมิใจของสีกากี สีข้าราชการ และการเป็นพลพรรคนกหวีดไล่รัฐบาลปูมาด้วยกัน

ขณะนี้ก๊กสีกากีเริ่มปลุกนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้มากขึ้นและยังมีแรงหนุนสำคัญจากอดีตปลัดกระทรวงหมอซึ่งเป็นคู่กัดโครงการ 30 บาทฯ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้ดูเหมือนว่ากำลังที่แผ่วช่วงแรกจะคึกคักขึ้นช่วงตีนปลาย

ก๊กที่สาม ก๊กแพทย์ชนบทปัจจุบัน มี หมอวิชัย โชควิวัฒน เป็นหัวหน้าทีม มีหมอประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช. เป็นผู้ช่วย และยังมีกำลังสำคัญอย่าง หมอเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท รวมถึงเครือข่ายเอ็นจีโอร่วมทีม

ก๊กนี้แม้จะเป็นศัตรูกับก๊กสีกากีเช่นเดียวกับก๊กแรก แต่ยังมองว่าพวกแรก “โลกสวย” เกินไป จะทำอะไรต้องทำให้เด็ดขาดกว่านี้!

การขับเคลื่อนนโยบายจึงแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะข้าราชการทั้งระดับสูง ระดับต่ำเริ่มงงไปตามๆ กัน เพราะปลัดไปทาง รัฐมนตรีไปทาง แย้งกับธรรมเนียมของกระ ทรวงแห่งนี้ ที่ปกติฝ่ายการเมืองกับปลัดจะจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันมาตลอด

ต่างจากวันนี้ แค่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุน 30 บาทฯ ผู้น้อยยังได้รับคำสั่งจากผู้ใหญ่ให้ “เจรจา” กันให้จบก่อน ไม่เพียงเท่านั้น เวลาถือมีดจ่อจะแทงกัน ปากของเหล่าคนดี ก็พร่ำพูดม็อตโต้เดียวกันว่า “ทำเพื่อประชาชน” ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

ช่วงนี้สุภาษิตไทยที่ทั้งคนกระทรวงและคน สปสช. เข้าใจดีที่สุดก็คือ “ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ”