
หมาเฝ้าบ้าน
ยิ่งผ่านไปนานวัน คุณผู้อ่านคงสังเกตเห็นท่านผู้นำ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกอาการหงุดหงิด “สื่อมวลชน” มากขึ้นนะครับ
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง
ยิ่งผ่านไปนานวัน คุณผู้อ่านคงสังเกตเห็นท่านผู้นำ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกอาการหงุดหงิด “สื่อมวลชน” มากขึ้นนะครับ ถึงกับส่งสัญญาณให้นักข่าวอาวุโสอย่าง เจ๊ ยุวดี ธัญญสิริ ไปปฏิรูปสื่อหลังเจอซักหนัก
วันสองวันนี้ ยิ่งออกอาการเพิ่ม ลามไปถึงแหล่งข่าวของสื่อด้วย เป็นต้นว่า ปรามห้ามไม่ให้สภาปฏิรูปฯ ให้สัมภาษณ์ หรือไม่ให้สื่อใช้คำว่า “แหล่งข่าว” อ้างอิง เพราะอาจเกิดผลกระทบกับความมั่นคง
นอกจากหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ตัวรัฐมนตรีที่เป็นทหารก็ยังออกอาการห้ามถามเกินคำตอบ ห้ามสงสัยเกินขอบเขต อีกต่างหาก นานวันเข้ารัฐมนตรีที่เป็นพลเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตข้าราชการ ก็วุ่นวายตามไปด้วยอีก
เรียกได้ว่า สถานการณ์การต่อล้อต่อเถียง หรืออาการจุกจิกกับสื่อ มากกว่ารัฐบาลทักษิณ หรือรัฐบาลลุงหมัก เสียอีก แต่ด้วยสถานการณ์ รัฏฐาธิปัตย์ ใต้กระบอกปืน สื่อมวลชนในยุคนี้จำเป็นต้องจำใจจำยอมกับท่านผู้นำมากกว่ารัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง
ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ ปฏิกิริยาของสมาคมวิชาชีพสื่อ อย่าง “สมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย” ที่ควรจะเป็นปากเป็นเสียงให้เพื่อนร่วมอาชีพ เลือกที่จะเงียบ แต่อันที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะสื่อมวลชนร่วมอาชีพ เขารู้กันอยู่แล้วว่า องค์กรสื่อต่อต้านเฉพาะรัฐบาลทักษิณ และเครือข่ายทักษิณ เท่านั้น
อันที่จริงน่าเสียดายนะครับ เพราะผู้นำองค์กรวิชาชีพหลายคนเคยมีประสบการณ์สู้กับทหาร ในยุค “พฤษภาทมิฬ” และสู้กับทักษิณในยุค “ทุนครอบงำ” มาแล้ว ขณะเดียวกัน ยุคที่พันธมิตรฯ และ กปปส.เฟื่องฟู ผู้นำองค์กรวิชาชีพเหล่านี้ ก็เป็นคนต่อต้าน “เผด็จการเสียงข้างมาก” เคียงบ่าเคียงไหล่แกนนำ
แต่ในยุคนี้ก็สู้ไม่ถอยเหมือนกัน เพราะได้เข้าไปสู้ในเวทีใส่สูทผูกไท ยืนๆ นั่งๆ อภิปรายใน “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” ซึ่งการปฏิรูปสื่อมวลชนนั้น ท่านผู้นำคาดหวังเป็นอย่างมาก ถึงขนาดจำได้ดีว่า คณะปฏิรูปสื่อ คือ “คณะที่ 7” จากทั้งหมด 11 คณะ ทั้งที่ไม่มีใครจำได้
เมื่อผมเห็นแผนปฏิรูปสื่อของกระทรวงกลาโหมแล้วเกิดปวดตับทันที เพราะนอกจากจะไม่มีสาระอะไรใหม่แล้ว ยังเต็มไปด้วยการพร่ำบ่นถึงเรื่องคร่ำครึอย่างเรื่องรากฐานจรรยาบรรณ จริยธรรม หรือเสรีภาพใต้กรอบของทุน นอกจากนั้นยังไปพูดถึงนักข่าวว่าไม่มีความสนใจในการเป็นหูเป็นตา หรือการเป็น “หมาเฝ้าบ้าน” น้อยเกินไป ได้ค่าตอบแทนน้อย ฯลฯ ขณะที่บรรณาธิการหันเหความสนใจไปยังเรื่องของ “ธุรกิจ” จนทำลายหลักการของสื่อมวลชน
ที่แปลกคือโรดแมปไม่ยักพูดถึงนะครับว่าสื่อมวลชนอยู่ใต้การครอบงำจากกฎอัยการศึก จากที่เคยเป็นหมาร็อตไวเลอร์ตัวใหญ่ มาบัดนี้กลายเป็นชิสุห์ตัวเชื่องๆ แม้จะมีเรื่องทุจริตไมค์ทองคำ หรือมีเรื่องทรัพย์สินของนายทหารบางคนร่ำรวยผิดปกติ ก็ขออยู่เชื่องๆ ต่อไปดีกว่า
ท่านผู้อ่านไม่ต้องห่วงนะครับว่าหมาพวกนี้ไม่สบาย เพราะช่วงนี้กำลังพักอยู่ครับ ข้อเท็จจริงคือหมาพวกนี้เห่าเฉพาะนักการเมือง ไม่เห่าคนมีปืน รอพวกทักษิณกลับมา แล้วค่อยเห่าใหม่ละกัน!







