
ทนกันต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งเสียงชัดเจนจริงจังครั้งยังไม่มีการยกเลิกกฎอัยการศึก และครั้งนี้หนักแน่นที่สุด
โดย...สันทัด กรณี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งเสียงชัดเจนจริงจังครั้งยังไม่มีการยกเลิกกฎอัยการศึก และครั้งนี้หนักแน่นที่สุด
ครับ...หลังจากรัฐบาลคุณประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศ เสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจและภาคการท่องเที่ยวบริการ พากันร้องขอให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึก อย่างน้อยก็ในพื้นที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
ปลายปีคือช่วงเวลานาทีทองของธุรกิจท่องเที่ยว ในยามบ้านเมืองปกตินักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะหนีหนาวเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทยกันอย่างล้นหลาม หากแต่ในสภาวะบ้านเมืองที่ยังไม่ปกติ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่แทบไม่รู้สึกถึงผลกระทบ
แต่ในสายตาของชาวโลก กฎอัยการศึกคืออุปสรรคสำคัญในการทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเป้าหมายจากประเทศไทยไปยังที่อื่น เนื่องจากบริษัทประกันภัยไม่ยอมรับทำประกันการเดินทางให้กับนักเดินทางที่จะไปท่องเที่ยวในประเทศที่มีกฎอัยการศึก ไม่เพียงแค่นั้น คำเตือนของประเทศต่างๆ 54 ประเทศ ที่ให้ประชากรของเขาหลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย ก็ยังจะมีผลต่อไป
เหตุผลเหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบดี และรู้ซึ้งด้วยว่าภาคธุรกิจการท่องเที่ยวสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล ซึ่งการที่ไม่ยอมเลิกกฎอัยการศึกย่อมผ่านการชั่งน้ำหนักจาก พล.อ.ประยุทธ์ มาแล้วว่าสถานการณ์ยังมีความจำเป็นต้องคงกฎอัยการศึกไว้ต่อไป
โปรดสังเกต ใครไปถามคุณพี่บิ๊กตู่ในเรื่องนี้ คุณพี่บิ๊กตู่จะออกอาการให้เห็นทุกที เมื่อวานนี้ยิ่งชัด ด้วยการยืนยันว่าต้องใช้กฎหมายพิเศษในการควบคุมสถานการณ์จนกว่าจะสิ้นสงสัยจนไปถึงปลายทางการปฏิรูปประเทศว่างั้นเหอะ “ยืนยันว่าจะเดินหน้าปฏิรูปให้ได้ อยากให้ประชาชนให้โอกาสพวกเรา ผมไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ถ้ากลัวจะไม่ทำ ถ้ากลัวไม่เข้ามาอยู่แล้ว...ขอร้องว่าอย่าเร่งรัด”
“อยากให้มองย้อนกลับไปว่าในอดีตที่เกิดขึ้น เกิดเรื่องใดขึ้นมาบ้าง และภาพรวมในขณะนี้ถือว่าปัญหาลดลงไปมากแล้ว เพียงแต่อาจจะมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้น้ำ ซึ่งจำเป็นต้องดูแลสถานการณ์ ตอนนี้มีการประท้วงไหม มีอาวุธสงครามไหม ถ้าอยากจะกลับไปแบบนั้น ก็ไปสู้กันแบบเก่า คุณลืมไปแล้วหรือว่าเกิดอะไรในอดีต อย่าลืมง่ายนัก สมองจำไว้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว แม้วันนี้อะไรจะลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้น้ำ ช่วยไปดูให้ผมหน่อย แล้วมาบอกผม ไม่ใช่เอาผมไปตีกับคนนั้นคนนี้”
ฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนท่านด่าเอาซะงั้น
แต่ก็เอาเถอะ สิ่งนี้มันมีเหตุมีผลอยู่ในตัว วันไหนยกเลิกกฎอัยการศึกเมื่อไหร่ ทหารต้องกลับเข้ากรมกอง ปล่อยหน้าที่ดูแลรักษากฎหมายกลับไปเป็นของตำรวจฝ่ายเดียว โอกาสที่สถานการณ์จะกลับไปสู่ความชุลมุนมีแน่ และตอนนี้กลิ่นไม่ดีก็โชยมาแล้ว







