
ต้องหลากหลาย
ปฏิทินการเมืองเขยิบสู่ปลายเดือน ก.ย. เป็นสัญญาณถึงการปฏิรูปประเทศไทยกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ปฏิทินการเมืองเขยิบสู่ปลายเดือน ก.ย. เป็นสัญญาณถึงการปฏิรูปประเทศไทยกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ อย่าลืมว่าโรดแมปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดไว้ จะเห็นโฉมหน้าคร่าตาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คน ภายในเดือน ต.ค.
ยิ่งใกล้เข้ามายิ่งทำให้รัฐบาลต้องเตรียมทำการบ้านตอบโจทย์การเมืองหลายข้อ เอาแค่คัดเลือก สปช. ซึ่งก่อนหน้านั้น คสช.ประกาศแต่งตั้งบรรดานายพลทหารเป็นกรรมการพิจารณารอบสุดท้าย แต่เมื่อมีเสียงทักท้วงทำนองไม่เหมาะสม ทำให้ม้วนเสื่อยกเลิกกันไป มิพักกล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการแต่ละด้าน ปรากฏว่า คสช.ยืนกรานให้ปิดเป็นความลับ
ในมุมผู้ติดตามการปฏิรูป เห็นว่า การไม่เปิดเผยรายชื่อทำให้ง่ายต่อการล็อกสเปก ขณะที่มุม คสช.ชี้แจงว่าการปกปิดรายชื่อนี่แหละจะป้องกันการวิ่งเต้น ซึ่งถ้าคิดบวก ต่างมีความปรารถนาดีด้วยกันทั้งสิ้นเพียงอยู่บนวิธีการที่แตกต่างกัน
พิจารณาจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 30 (6) กำหนดว่า คสช.จะเป็นผู้แต่งตั้ง สปช. 250 คน จากบัญชีรายชื่อที่กรรมการสรรหาแต่ละด้านเสนอมา เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้ตั้งหรือไม่ตั้งกรรมการรอบสุดท้าย หรือจะเปิดเผยรายชื่อก่อน ในที่สุด คสช.ก็เป็นฝ่ายเลือก สปช.ทั้ง 250 คนอยู่ดี
เพียงแต่หลักการใหญ่ สมควรทุบโต๊ะไม่ให้ลืมว่า คสช.ปรารถนาให้ทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบประเทศไทย คำนึงถึงความหลากหลายของบุคคลจากกลุ่มต่างๆ ดังนั้น คสช.ต้องสามารถอธิบายสังคมให้ได้ว่าเลือกคนนั้นคนนี้เพราะอะไร ขณะเดียวกันควรสร้างจุดเชื่อมโยงให้ผู้ไม่ได้รับคัดเลือกเข้ามาร่วมปฏิรูปครั้งนี้ด้วย “ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญกว่า”







