
ภาษีร้อนๆ
กฎหมายภาษีร้อนๆ หลายฉบับกำลังถูกปัดฝุ่น และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กฎหมายภาษีร้อนๆ หลายฉบับกำลังถูกปัดฝุ่น และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.
ไม่เพียงแค่ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น ทว่ายังมี ร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก ที่อยู่ในข่ายถูกหยิบยกขึ้นมาด้วย
ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า แนวทางการเก็บภาษีมรดกที่กำลังพิจารณามีทั้งการเก็บภาษีจากกองมรดก โดยเสียภาษีก่อนที่จะแบ่งให้กับผู้รับมรดก กับการเก็บภาษีจากผู้ที่ได้รับ
เรื่องทั้งหมดกรมสรรพากรอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้การเก็บภาษีสร้างความเป็นธรรม ผู้มีมากต้องเสียภาษีมาก กระจายรายได้ไปให้ผู้ที่มีน้อยกว่า
แต่การเก็บภาษีมรดก จะไม่กระทบกับคนยากจนและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับมรดกตกทอด กฎหมายจะกำหนดว่ามรดกต้องมีมูลค่าเท่าไรถึงต้องเสียภาษี
นี่แหละ กฎหมายจานร้อนที่กำลังพร้อมปรุง
ในอดีตเคยมีการเก็บภาษีมรดกมาแล้ว นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เรียกว่า อากรมรดก โดยเก็บเฉพาะ ทรัพย์สมบัติที่เกินกำลังของทายาทที่ใช้สอยให้ตกเป็นของหลวงทั้งหมด
ถัดจากนั้นมาฉบับล่าสุดหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2476 ช่วงรัฐบาลพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา สภาผู้แทนราษฎรได้ตรา พระราชบัญญัติอากรมรดกและการรับมรดก พ.ศ. 2476
สาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าวก็คือ จะเก็บภาษีจากกองมรดกและผู้รับมรดก โดยทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมีทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ รวมถึงทรัพย์สินที่ผู้ตายได้โอนให้แก่บุคคลอื่นในเวลาหนึ่งปีก่อนตาย ให้เสียภาษีมรดกเช่นเดียวกัน
การตีราคามรดก ให้ใช้ราคาตลาดในเวลาที่เจ้ามรดกตาย แต่ให้มีการคัดค้านและอุทธรณ์ได้
แต่ถ้ากองมรดกมีมูลค่าไม่เกิน 10,000 บาท ในขณะนั้น ก็จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียอากร โดยจะเสียเฉพาะส่วนที่เกินตามอัตราที่กำหนดไว้เป็นขั้นๆ
อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวถูกยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ. 2487 ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
และภาษีมรดกเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาเนิ่นนาน ถึงความเหมาะสมและความจำเป็นในการปัดฝุ่นขึ้นมาประกาศใช้
ครั้งนี้อีกเช่นกันที่ภาษีมรดกจะเป็นประเด็นใหญ่
ของร้อนๆ นี่คนลายพราง มักจะชอบบริการนำส่งให้เสมอ







