เคลือบแคลง

วันที่ 19 ส.ค. 2557 เวลา 08:54 น.
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ไม่ใช่แค่เพียงแสดงเจตนารมณ์ต้องการปฏิรูปประเทศให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ถูกต้องเท่านั้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรหันมาดูกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตั้งแต่ต้นทางด้วยว่า กำลังมีความผิดปกติอย่างไร

ข้อมูลที่หลุดจากปาก พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ระบุว่า กระบวนการสรรหา สปช.ในระดับจังหวัดเกิดความไม่เป็นธรรม โดยยกตัวอย่าง จ.ตาก อุตรดิตถ์ ด้วยการให้กรรมการสรรหาเสนอชื่อเข้ามา ก่อนที่จะคัดเลือกให้เหลือ 5 คน ส่งให้ คสช.เลือกขั้นตอนสุดท้าย

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเท่ากับเป็นการล็อกสเปกตั้งแต่ต้นทาง ปิดโอกาสได้บุคคลหลากหลายด้านเข้ามาร่วมปฏิรูป ดีไม่ดีจะเห็นภาพของกลุ่มข้าราชการทั้งอดีตและปัจจุบันเข้ามาจำนวนมาก

แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแสดงความมั่นใจว่าคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัดซึ่งอุดมไปด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นที่น่าเชื่อถือ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดคงไม่กระทำในลักษณะไม่เหมาะสม

แต่พลันที่ข่าวการล็อกสเปกออกไป ส่งผลให้องค์กรนิติบุคคลต่างๆ เริ่มคลางแคลงถึงการส่งตัวแทนสมัคร สปช. และอาจมีผลให้จำนวนผู้รับสมัครลดน้อยลงไปด้วย

ดังนั้น คสช.ไม่ควรปล่อยเลยตามเลย จำเป็นต้องทุบโต๊ะ รับฟังข้อมูลจากหลายๆ ด้าน ทำการสืบหาข้อเท็จจริงเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความโปร่งใสทุกขั้นตอน ก่อนที่ความไม่งดงามในกระบวนการสรรหาจะบานปลายไปมากกว่านี้

บทความแนะนำ