
การสร้างชาติ
ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปทุกด้านในไม่ช้านี้ โดยเรื่องใหญ่ที่จะมีการดำเนินงานก็คือการปฏิรูปการศึกษา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปทุกด้านในไม่ช้านี้ โดยเรื่องใหญ่ที่จะมีการดำเนินงานก็คือการปฏิรูปการศึกษา
และดูเหมือนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความจริงจังอย่างยิ่งในเรื่องดังกล่าว เห็นได้จากแนวทางการสร้างค่านิยม 12 ประการของ คสช. ก็ตอกย้ำค่านิยมด้านการใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม
นี่แหละ ถ้าทำได้ต้องยกมือท่วมหัวอนุโมทนาสาธุ
การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ ทำกันมานานแต่ก็ไปไม่ถึงไหนสักที เนื่องจากจะต้องทำทั้งเรื่องครู หลักสูตรการศึกษา นักเรียน ฯลฯ
แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การศึกษาเข้มแข็งก็คือต้องมีรากฐานแห่งการอ่าน
ไม่ว่าจะปฏิรูปไปถึงไหน ถ้าบ้านเมืองเราไม่มีค่านิยมด้านการอ่านเสียแล้ว ระบบการศึกษาก็ไปไม่รอด
เพราะการอ่านเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการศึกษาในทุกระดับ ไปจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต
การอ่านจะทำให้เราหลุดจากสังคมข่าวลือไปสู่สังคมที่แสวงหาข้อเท็จจริง พ้นจากสังคมที่ใช้อารมณ์ไปสู่สังคมแห่งเหตุผล
ประเทศที่ยกระดับขึ้นมาจากประเทศที่ล้าหลัง การสร้างชาติก็ต้องมีพื้นฐานจากการสร้างสังคมแห่งการอ่านทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ แม้กระทั่งจีน ฯลฯ
ตัวเลขการอ่านของไทยต่ำเตี้ยจนไม่อยากพูดถึง แต่สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างขึ้นได้
ในอดีตเคยมีประกาศวาระแห่งชาติเรื่องการอ่าน แต่ไม่พอเพียง โดยสิ่งที่ต้องกระทำคือการประกาศนโยบายแห่งชาติสร้างสังคมแห่งการอ่าน
นโยบายดังกล่าวจะต้องมาพร้อมกับยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการ งบประมาณ โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น อาทิ ห้องสมุด ระบบไอที ฯลฯ
ที่ผ่านมาบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการอ่าน นักการศึกษาจำนวนมาก เคยผลักดันการสร้างสังคมแห่งการอ่าน แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างจริงจัง
ครั้งนี้หาก คสช.ต้องการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปสังคม ปฏิรูปการศึกษา ก็ต้องลงไปที่ราก คือการอ่าน สร้างรากฐานที่แน่นหนา มั่นคงให้ประเทศ
และแน่นอนการปลูกฝังค่านิยมแห่งการอ่าน ต้องเริ่มที่เด็กและเยาวชน จำเป็นต้องใช้เวลานานกว่าดอกผลจะผลิออกมาให้เห็น
การสร้างชาติ การปฏิรูปการศึกษาจะกระทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีการอ่านเดินเคียงคู่มาด้วย
หากไม่เริ่มวันนี้ ก็ไม่รู้จะเริ่มได้ในวันไหน
ไม่เช่นนั้นการปฏิรูปก็จะเป็นแค่การลูบๆ คลำๆ เหมือนเดิม







