posttoday
ควรทำอย่างไรดี หากต้องเกษียณก่อนกำหนด (จบ)

ควรทำอย่างไรดี หากต้องเกษียณก่อนกำหนด (จบ)

24 กรกฎาคม 2557

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดย ธีระ ภู่ตระกูล CFP®  นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

การเกษียณก่อนกำหนดหมายถึงระยะเวลาในการออมที่ลดลงซึ่งนั่นยังไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุด แต่การสูญเสียช่วงปีทองที่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการออม สมมติจากตัวอย่างที่กล่าวมาด้านบนซึ่งท่านออมเดือนละ 10,000 บาทเป็นระยะเวลา 43 ปี ซึ่งจะมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถออมได้ตามที่กำหนดไว้ทุกปีจนตลอดชีวิตการทำงาน คนส่วนใหญ่มักได้รับเงินเดือนมากที่สุดในช่วงอายุ 45 – 65 ปี จากการสะสมความชำนาญในวิชาชีพ จากระดับอาวุโสที่สูงขึ้น และจากการเลื่อนตำแหน่ง ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงสะสมเงินได้น้อยในระยะเริ่มต้นของการทำงานเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเงิน และจะออมได้มากขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของระดับเงินเดือนและรายได้ เวลาที่จะสะสมเงินออมได้ที่ดีสุดจึงเป็นช่วงบั้นปลายของชีวิตการทำงานวัย 55 – 65 ปี เมื่อไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัวและจ่ายค่าเล่าเรียนอีกต่อไป ผู้เกษียณจึงไม่ได้สูญเสียเพียงรายได้และเงินออมแต่สูญเสียระยะเวลา 5 หรือ10 ปีของช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการออม

การเกษียณก่อนกำหนดไม่เพียงแต่ทำให้ท่านสะสมเงินส่วนตัวได้น้อยลงเท่านั้น แต่ยังทำให้รายได้ส่วนสำคัญ เช่น เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมหุ้นระยะยาวนั้นลดลงไปด้วย โดยทั่วไปการเกษียณถูกกำหนดไว้ที่อายุ 55 ปี หากท่านเกษียณก่อนอายุ 55 ปี ตามกฎหมายนายจ้างจะไม่สามารถให้ท่านดำรงสถานะเกษียณก่อนกำหนดได้ ส่วนเงินก้อนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเงินที่ได้จากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพก็จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษี ยิ่งไปกว่านั้นท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับอย่างเต็มที่ จึงเป็นผลเสียต่อตัวท่านทั้งสิ้นหากท่านเลือกที่จะเกษียณก่อนวัย 55 ปี

ท่านที่ต้องการเกษียณก่อนกำหนดต้องพิจารณาว่าควรจัดการอย่างไรกับตนเองเมื่อเกษียณ ระยะเวลา 30 กว่าปีสำหรับการว่างงานเป็นเวลาที่ยาวนานเสียจนอาจทำให้ท่านเบื่อได้ในขณะที่เพื่อนของท่านยังคงทำงานต่อไป ปัจจัยอื่นๆที่ต้องนำมาพิจารณาก็คือค่าครองชีพ ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่าผู้ที่เกษียณคาดหวังว่าค่าใช้จ่ายของเขาจะลดลงประมาณ 60-80 % ของระดับที่เคยใช่อยู่ก่อนเกษียณ แต่ก็อาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไปในกรณีของผู้ที่อายุ 55 ปีซึ่งยังแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าได้อีกหลายปี และนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเมื่อไม่มีงานประจำต้องทำ หลักสำคัญของการเกษียณก่อนกำหนดคือการวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้ท่านทราบว่าท่านมีเงินออมเพียงพอต่อการดำรงชีวิตหรือไม่ ขั้นตอนต่อไปนี้สามารถทำให้แผนของท่านก้าวสู่ความสำเร็จได้

• ตัดงบค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ โอกาสที่ท่านจะสะสมเงินทุนเพื่อการเกษียณก่อนกำหนดคือจัดลำดับความสำคัญของการออมให้มาเป็นอันดับหนึ่ง แทนที่จะเป็นสิ่งที่ต้องทำเมื่อมีเงินเหลือ ซึ่งหมายถึงต้องมาก่อนรถ BMW และทีวีจอแบน หากท่านไม่พร้อมที่จะสละสิ่งเหล่านี้เป้าหมายของการเกษียณก่อนกำหนดก็คงเป็นไปได้ยาก

• ลงทุนแบบก้าวหน้าแม้เมื่อยามเข้าสู่วัยเกษียณ การเกษียณหมายถึงการหยุดออมเงินที่ได้จากการทำงานหาเลี้ยงชีพและเริ่มใช้เงินที่ได้มาจากการออม ดังนั้นท่านต้องมั่นใจว่าเงินออมของท่านทำงานให้ท่านอย่างคุ้มค่า และอีกครั้งที่เงินเฟ้อเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ หากท่านเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี ด้วยอัตราเงินเฟ้อเพียง 3 % ก็ทำให้ความสามารถในการซื้อของท่านลดลงได้ถึง 60 % โดยประมาณเมื่อท่านอายุ 85 ปี และถ้าอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4 % ความสามารถในการซื้อของท่านจะลดลงถึงประมาณ 70 % ยิ่งถ้าอัตราเงินเฟ้อสูงถึง 5 % หรือมากกว่าซึ่งอาจเป็นจริงได้มากทีเดียว ก็จะสร้างความหายนะต่อเงินออมเพื่อการเกษียณก่อนกำหนดของท่านอย่างมาก

ความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่เกษียณก่อนกำหนด คือการลงทุนแบบอนุรักษ์ก่อนเวลาอันสมควร คนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการถือครองหุ้นเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ แต่ในทางกลับกันพอร์ตการลงทุนผสมแบบก้าวหน้าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดแก่ท่านได้เมื่อกาลเวลาผ่านไป ในระยะเวลา 30 ปีขึ้นไปความแตกต่างระหว่างอัตราผลตอบแทน 7 % ต่อปีจากองทุนพันธบัตรกับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 10 % ต่อปีจากกองทุนหุ้นนั้นมีความแตกต่างอย่างเป็นสาระสำคัญทีเดียว ผลตอบแทน 7 % ต่อปีในระยะเวลา 30 ปีจากอายุ 55 ปี ถึงอายุ 85 ปีลงทุนในกองทุนพันธบัตรจะทำให้เงินลงทุน 400,000 บาทเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านบาท แต่การลงทุนในกองทุนหุ้นด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 10 % ต่อปีจะสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนได้สูงถึง 7 ล้านบาท ขณะเดียวกันระยะเวลา 30 ปีหรือแม้กระทั่ง 15 ปีก็เป็นเวลามากพอที่จะเอาชนะความผันผวนของตลาดในระยะสั้นได้ โดยทั่วไปผู้เกษียณวัย 65 ปีอาจมีหุ้นในพอร์ตเพียง 40-60 % ผู้เกษียณวัย 55 ปีอาจมีหุ้นประมาณ 50-70 % ในพอร์ตการลงทุนแบบก้าวหน้าของตนเอง

การหางานทำสำหรับผู้ที่วัย 55 ปีแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน แต่หากเป็นงานที่ทำแบบไม่เต็มเวลาอาจหาได้ง่ายกว่า แม้ว่างานอย่างที่ว่านี้รายได้อาจจะไม่ดีนักแต่อย่างน้อยก็อาจทำให้ท่านสามารถเลื่อนการถอนเงินจากบัญชีเงินออมของท่านออกไปได้ และทำให้แผนการเกษียณก่อนกำหนดของท่านสำเร็จได้ ผู้ที่เกษียณก่อนกำหนดบางคนอาจพบว่าตนเองสามารถมีชีวิตที่ดีได้ด้วยการเป็นที่ปรึกษาหรือให้คำปรึกษาในด้านต่างๆตามความเชี่ยวชาญของตนเอง ผู้เกษียณรายอื่นๆอาจใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาเหล่านี้ในการเข้าสู่อาชีพใหม่ๆตามที่เคยปรารถนามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไม่เต็มเวลาแบบใดก็ตาม ท่านควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้แทนที่จะปล่อยให้ถึงเวลาเกษียณก่อนแล้วค่อยคิด เพราะท่านจะพบว่าเงินออมของท่านหายไปเร็วกว่าที่ท่านคาดไว้หรือความชำนาญของท่านอาจล้าสมัยไปเสียแล้วหรือท่านอาจจะแก่เกินไปกว่าที่จะทำงานแล้ว 

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ