
กินข้าวทีละคำ
รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีผลบังคับใช้แล้ว รูปร่างหน้าตาปรากฏสู่สายตาประชาชนเป็นที่เรียบร้อย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีผลบังคับใช้แล้ว รูปร่างหน้าตาปรากฏสู่สายตาประชาชนเป็นที่เรียบร้อย
ขั้นตอนต่อไป ก็คือ การตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยอาจเรียกว่าสภาลายพรางก็ว่าได้ เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่น่าจะมาจากสายทหาร
แน่นอน ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็เป็นสีเขียวลายพราง โดยรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองหน้าตาคล้ายๆ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ตัวจริง เสียงจริง
ทั้งหมดขยับเป็นขั้นเป็นตอน
เหมือนกับการเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ
เป็นการเดินที่วางแผนเอาไว้แล้ว ด้วยทีมงาน และกองกำลังคอยสอดส่องทุกทิศทาง พร้อมอาวุธในมือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร ปืน หรือแม้กระทั่งอำนาจในการออกกฎหมายด้วยตัวเอง
รูปแบบเช่นนี้ เข้มแข็ง มีพลัง แต่อีกด้านก็น่าหวาดหวั่นใจเช่นกัน
เพราะภาพที่ปรากฏ มองดูแล้วยากที่จะเกิดการตรวจสอบ หรือเกิดการคานดุลอำนาจ
ท่ามกลางความเข้มแข็งจึงมีจุดอ่อนอยู่ในตัว นั่นคือระบบที่กำลังเกิดขึ้นยากต่อการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ที่มีอยู่ก็เป็นเพียงความไว้เนื้อเชื่อใจกันเท่านั้น แต่ทว่าเวลาที่ผ่านไป ความไว้เนื้อเชื่อใจจะคงอยู่ได้อย่างคงทนนะหรือ
คณะทหารจึงต้องใจกว้างพอให้เกิดการตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และต้องแยกแยะการวิพากษ์วิจารณ์ออกจากการทำลายล้างให้ได้ อย่าไปเหมาเข่งรวมกันหมด
เพราะคณะทหารได้แต้มต่ออยู่ในมือมากมาย โดยเฉพาะประชาชนต่างให้การสนับสนุน ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง
คนส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นยุคที่ต้องถอยเพื่อกลับมาตั้งหลัก บรรดาทฤษฎีประชาธิปไตยก็ต้องเก็บใส่ลิ้นชักเอาไว้ก่อน
ดังนั้น คณะทหารนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงให้เห็นว่าใช้อำนาจเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติเป็นสำคัญ และเปิดช่องให้มีการตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ ในยุคที่ต้องการใช้อำนาจพิเศษในการแก้ปัญหาบ้านเมือง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งปัญหาสังคมอย่างเด็กแว้น
เรียกว่าต้องสะสางกันตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ
การเปิดใจกว้างนี่แหละ จะทำให้การเดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ มีภาวะที่มั่นคง แข็งแรง ทนแรงเสียดทานได้อย่างยาวนาน
ทองแท้ไม่กลัวไฟฉันใด
ผู้มีธรรม ความตั้งมั่นย่อมไม่สะทกสะท้านต่อเสียงวิจารณ์ฉันนั้น







