
บทสุดท้าย
โครงการรับจำนำข้าวของอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังเข้าสู่จุดสำคัญ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โครงการรับจำนำข้าวของอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังเข้าสู่จุดสำคัญ
นั่นคือการแจ้งดำเนินคดีอาญากับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ภายในสัปดาห์นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชุดใหญ่จะลงมติรับรองการชี้มูลความผิดรวม 7 ประเด็น
จากนั้นจะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดภายในเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์
กระบวนการต่อไปก็คือการพิจารณาของอัยการสูงสุด ที่ถ้าเห็นด้วยก็จะส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ป.ป.ช.ก็มีสิทธิจะส่งเรื่องฟ้องเอง
ทั้งหมดย่อมทำให้สุดท้ายคดีโครงการรับจำนำข้าวจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลฯ
และที่สำคัญก่อนหน้านี้ยังมีการดำเนินงานต่างๆ ประกอบกันอย่างน่าจับตา
อาทิ การสั่งย้ายอัยการสูงสุดพ้นตำแหน่งไป
การตรวจสอบสต๊อกข้าวทั่วประเทศ โดยพบข้าวหาย ข้าวเสื่อมคุณภาพ ข้าวปลอมปน อย่างมหาศาล
ทั้งหมดจะทำให้กระบวนการพิจารณาคดียิ่งเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนในประเด็นต่างๆ ที่ ป.ป.ช.หยิบยกขึ้นมา
เริ่มตั้งแต่การจำนำข้าวกำหนดราคาเกินกว่าตลาด เกิดการทุจริตทุกขั้นตอน การสวมสิทธิ โกงความชื้น โกงตาชั่ง โกงน้ำหนัก การนำข้าวออกจากคลัง
การใช้อิทธิพลทางการเมืองช่วยเหลือ เกิดระบบนายหน้าค้าข้าว ก่อให้เกิดภาระรายจ่ายของรัฐทั้งการอุดหนุนเกษตรกร การสีแปรสภาพ การขนส่ง ข้าวเสื่อมคุณภาพ ข้าวขาดทุน ข้าวหาย
รัฐบาลกลายเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่ โรงสีทั่วไปหาข้าวไม่ได้ ขณะที่โรงสีที่เข้าร่วมโครงการจะได้เปรียบ ข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่งต่างประเทศ การรับจำนำทุกเมล็ดและวงเงินรับจำนำก่อให้เกิดความเสียหาย
ขณะเดียวกัน มีชาวนาจำนวนมากไม่ได้รับเงิน หลายรายฆ่าตัวตาย แต่กลับยังดำเนินการต่อไปทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น
โครงการรับจำนำข้าวจึงสร้างความเสียหายที่ร้ายแรงสุดของประเทศ
ถึงแม้คดีความต่างๆ จะใช้เวลาในการพิจารณา แต่นั่นก็คือการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
เพราะผลการตัดสินจะเป็นการแสดงให้เห็นความเสียหายอย่างร้ายแรงของประชานิยม
ที่ต้องช่วยกันขุดหลุมฝัง อย่าให้ฟื้นคืนมาอีก







