
ปฏิรูปกองทัพ
การรัฐประหารที่ผ่านมาไม่มีการพูดถึงสภาปฏิรูปฯ เหมือนครั้งนี้ มีแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญ
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง
การรัฐประหารที่ผ่านมาไม่มีการพูดถึงสภาปฏิรูปฯ เหมือนครั้งนี้ มีแต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญ
การปฏิรูปอย่างจริงจังที่สุด กลับเกิดขึ้นหลัง เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ทำให้เราได้ “คนดี” จำนวนมากเข้ามาวางรากฐานการปฏิรูปให้ มีทั้ง นพ.ประเวศ วะสี, คณิต ณ นคร แม้กระทั่ง ท่านอานันท์ ปันยารชุน มาเป็นผู้นำ
ข้อเสนอทุกข้อล้วนก้าวหน้า หมอประเวศ เสนอให้ลดอำนาจรัฐ กระจายอำนาจประชาชน ท่านอานันท์ เสนอให้เพิ่มภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ส่วนคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เสนอให้รัฐนิรโทษกรรมผู้กระทำผิด
แถมยังระบุด้วยซ้ำว่า “ให้กองทัพงดเว้นการก่อรัฐประหารและแทรกแซงรัฐบาล หรือการแก้ไขปัญหาทางการเมืองและการชุมนุมของประชาชน รวมถึงกองทัพต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น”
ครับ คสช.เพิ่งออกประกาศล่าสุดมา เหมือนกับ การ “ทำหมัน” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกเลิก แม้กระทั่งสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิของตำรวจในคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนของปลัดกระทรวงกลาโหมและข้าราชการ เข้าไปนั่งพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับสูง
แต่สำหรับทหารนั้น เรารู้กันดีว่าเป็นองค์กรพิเศษที่ไม่ว่าใครจะออกมาพูดเรื่องแก้สัดส่วนของ “พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม” เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในกองทัพเสียใหม่ เป็นอันต้องโดนสั่งให้เงียบไปโดยปริยายเสมอไป เพราะถือว่า “ไม่เข้ากับบรรยากาศปรองดอง”
เอาเข้าจริง เรามีพิมพ์เขียวเรื่องการปฏิรูปทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างทางเท้า, จราจรทางบก ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างกระบวนการยุติธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก แต่เรื่องกองทัพกลับกลายเป็นอำนาจพิเศษที่ใครก็ไม่สามารถเข้าไปเสนอความคิดเห็นขอให้เปลี่ยนได้
ในแง่หนึ่ง หลายคนอาจจะมองว่าดี เพราะถือว่ามีกองทัพไว้คานอำนาจรัฐบาล (บางคน) แต่ในระยะยาวย่อมไม่ดีแน่ครับ หากปล่อยให้องค์กรใดใหญ่โตเกินไป โดยคนนอกไม่มีโอกาสเข้าไปตรวจสอบ
ยิ่งไปกว่านั้น หากองค์กรทหารใกล้ชิดกับกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ย่อมทำให้กองทัพที่มีหน้าที่ปกป้องประเทศเสียความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน
หลายคนพูดเรื่อง “ทหารเกณฑ์” “การลดขนาดกำลังพล” หรือการแยก “ทหาร” ออกจาก “การเมือง” เรื่องพวกนี้น่าสนใจนะครับ ถ้าท่านประยุทธ์ จะรับไปปฏิรูปเป็นเรื่องแรก
เรื่องพวกนี้ก็เหมือนเส้นผมบังภูเขานะครับ หลายครั้งเราคิดจะปฏิรูปเรื่องนู้นเรื่องนี้ ฝันไปไกลถึงดวงดาว แต่ที่หลายคนมักลืมไปก็คือจุดเริ่มต้นสำคัญอยู่ที่การ “ปฏิรูปตัวเอง” นี่ล่ะครับ
ถ้าท่านประยุทธ์ทำได้สำเร็จ หนทางแห่งการเป็นผู้นำที่ประชาชนรัก ย่อมอยู่ไม่ไกล







