
สำนึกบกพร่อง
หลักฐานแสดงถึงการไร้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย ปรากฏชัดเจน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
หลักฐานแสดงถึงการไร้ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย ปรากฏชัดเจน จากจดหมายเปิดผนึกที่เผยแพร่ไปทั่วในโซเชียลมีเดีย รวมถึงสื่ออื่นๆ
จดหมายนี้เขียนโดยผู้ที่ถูกข่มขืนบนรถไฟเมื่อ 13 ปีก่อน
ในขณะนั้นเธอผู้นี้กำลังก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเริ่มเรียนปริญญาโท แต่ถูกข่มขืนโดยลูกจ้างของการรถไฟฯ เมื่อปี 2544 ขณะกำลังนั่งรถไฟตู้นอน ชั้นสอง สายใต้ จากสุไหงโกลก มากรุงเทพฯ
ลูกจ้างการรถไฟฯ ใช้มือบีบคอเธอ ชกต่อยทุบต้นขา ข่มขืนกระทำชำเราบนรถไฟ พร้อมกับกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ลงจากรถไฟ
เมื่อลงจากขบวนรถ เธอเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
แต่ผู้ต้องหาสู้คดี โดยอ้างว่าเธอยินยอมหลับนอนด้วย
ในคดีอาญาศาลฎีกามีคำตัดสินเมื่อปี 2551 ว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีการศึกษาสูงถึงปริญญาโท ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งถึงระดับผู้จัดการ มีอนาคตก้าวหน้า อีกทั้งมีคนรักอยู่แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่กล่าวอ้างเป็นการสมยอมและสมัครใจ
ศาลพิพากษายืนให้จำคุกจำเลย 9 ปี ในความผิดข่มขืนกระทำชำเราและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น
เธอเรียกร้องค่าเสียหายกับการรถไฟฯ ด้วย แต่ถูกปฏิเสธว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยและผู้เสียหาย ไม่เกี่ยวข้องกับการรถไฟฯ
คดีแพ่งเธอชนะทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่การรถไฟฯ ก็ต่อสู้ในขั้นฎีกา ยืดเยื้อ
ล่าสุดเมื่อมีการเผยแพร่เรื่องดังกล่าวจนคนด่าทั้งเมืองค่อยมีการขยับจะให้ถอนฎีกาเมื่อวานนี้
นี่แหละ สภาพที่การรถไฟฯ ไม่รับผิดชอบ ไม่แก้ไข ไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ในทางกลับกัน เธอผู้นี้ต้องถูกออกจากงาน เพราะผู้บริหารมองว่านำความเสื่อมเสียมาสู่องค์กร เนื่องจากการเดินทางครั้งนั้นไปในนามตัวแทนของบริษัท
เธอต้องเข้าโรงพยาบาลทางจิตติดต่อกันหลายปี มีอาการหลอน คุมสติไม่ได้ ผวา หวาดกลัวคนรอบข้าง ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดอาการมือสั่น จนปัจจุบันเธอต้องไปอยู่ต่างประเทศ
แล้วเธอต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกเล่าถึงช่วงที่น่าเศร้าสลดอีกครั้ง เมื่อได้รับทราบข่าวคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิง 13 ปี รายล่าสุด
และจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ เธอเขียนคำทิ้งท้ายเอาไว้ว่า
“คำว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ท่านผู้ว่าฯ คนก่อนโน้นเคยกล่าวกับดิฉัน ท่านกำลังกล่าวคำนี้เช่นกันกับมารดาของน้องแก้มใช่มั้ยคะ
ดิฉันอยากถามว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของท่าน ท่านจะกล่าวคำว่าอะไร”
อ่านจดหมายจบ ได้แต่เหนื่อยกับหัวจิตหัวใจของพวกนี้จริงๆ
ทำไมสำนึกความเป็นมนุษย์ ถึงมีอยู่น้อยเหลือเกิน







