
คุ้มค่าเกินราคา
กิจกรรมคืนความสุขแก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงและการเมืองไทย
โดย...สันทัด กรณี
กิจกรรมคืนความสุขแก่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงและการเมืองไทย
ผมแทบไม่เชื่อว่า คสช.สามารถปลุกคนไทยให้ฟื้นตื่น พากันออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อไปเข้าคิวรับบัตรชมภาพยนตร์ฟรีโดยการอภินันทนาการของ คสช. จนผมมึนงงไปกับภาพที่หลายคนส่งมาให้ชม ทึ่งกับผู้คนจำนวนมากที่พากันแห่แหนไปเข้าคิวเพื่อร่วมชมภาพยนตร์ไทยเรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอน “ยุทธหัตถี” ตามโรงภาพยนตร์ชั้นนำชนิดโรงแตกทั่วประเทศ
ครับ...เมื่อฝูงชนจำนวนมากเกินจำนวนที่นั่ง เกินศักยภาพของโรงภาพยนตร์ที่จะรองรับได้ ความไร้ระเบียบ ความวุ่นวายจึงมีให้เห็นในหลายจังหวัดด้านหน้าโรงภาพยนตร์ราวกับมีการทำยุทธหัตถีกันจริงๆ เล่นเอาบาดเจ็บกันไปก็ไม่น้อย
สิ่งที่อยากชวนคุยวันนี้คือ ความช่างคิดของ คสช.ในการปลุกสำนึกความรักชาติด้วยการลงทุนที่น้อยนิด ผ่านภาพยนตร์เชิงประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดเรื่องราวบูรพกษัตริย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชผู้กอบกู้ประเทศให้คนไทยไม่ต้องตกเป็นขี้ข้าบ้านอื่นเมืองอื่น
ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น คนไทยคุ้นเคยกันดี มีการสร้างกันมาหลายตอน และตอนนี้เป็นตอนที่ 5 ตั้งแต่ผู้แสดงเป็นสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นนายร้อย จนปัจจุบันเป็นนายทหารยศพันโทแล้ว เชื่อคนไทยส่วนใหญ่เคยชมกันมาแล้ว อาจจะไม่ครบทุกตอนแต่อย่างน้อยก็ต้องได้ชมสักตอน
ครับ...ตามที่เราสัมผัสกันมา หลายปีมานี้เราได้เห็นคนบางคนบางกลุ่มพยายามสร้างทฤษฎีใหม่ ด้วยข้อมูลกึ่งเท็จกึ่งจริงปรุงรสชาติราดพริกถึงความไม่เท่าเทียมกันในสังคมไทย โดยมีสถาบันเบื้องสูงเป็นตัวตั้ง แล้วโปรยคำถามให้ชวนสงสัย เพราะกร่อนเซาะทำลายสถาบัน ซึ่งได้ผลกับเด็กไทยจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเด็กที่ชอบความแตกต่าง ฝันฟุ้งจะสร้างโลกใหม่เพื่อความเสรีและอิสระ ปฏิเสธโครงสร้างสังคม ทำแล้วรู้สึกเด่นกลายเป็นคนน่าค้นหา โพสต์โมเดิร์นซะเหลือว่างั้น
เด็กเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของบรรดาผู้ใหญ่ หรือผู้เฒ่าเจ้าคิดเจ้าแค้น ที่ไม่ต้องการให้สถาบันเป็นอุปสรรคในการยึดครองประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกลไกรัฐทุกภาคส่วนจะต้องเข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้เด็กหรือไม่เด็กเหล่านั้นเกิดความกระจ่างเข้าใจ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมากลไกรัฐบางส่วน ดันไปรับใช้คนที่ไม่ต้องการให้มีสถาบัน เราจึงเห็นการเผยแพร่ความคิดผ่านโซเซียลมีเดียกันอย่างไม่เกรงไม่กลัว
แม้ตอนนี้ประเทศเปลี่ยนไป มีการจัดการกับคนเหล่านั้นอย่างจริงจัง แต่เชื้อร้ายก็ยังมีกลบฝังในดิน การที่ คสช.กระตุกคนไทยให้ออกมารับรู้ วีรกรรมสร้างชาติปกป้องแผ่นดินของบูรพมหากษัตริย์และบรรพบุรุษ ผมเชื่อว่ามีผลในการกระตุ้นจิตสำนึกแห่งความเป็นคนไทยให้ลุกโชนได้ ไม่มากก็น้อยแหละครับ...
งานนี้คุ้มค่า เกินราคา







